คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1478/2482
ย่อคำพิพากษา
เมื่อสืบพะยานอัยยการโจทก์หมดแล้ว เจ้าทรัพย์ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมและในวันนัดสืบพะยานจำเลยเจ้าทรัพย์ขอสืบพะยานอีก แต่ไม่ได้นำมาในกรณีเช่นนี้ศาลใช้ดุลยพินิจไม่ให้สืบพะยานได้ไม่ผิดกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงได้ความว่า อัยยการได้ยื่นฟ้องจำเลยฐานรับของโจร เมื่อสืบพะยานอัยยการหมดแล้ว เจ้าทรัพย์ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม และเมื่อถึงวันนัดสืบพะยานจำเลย เจ้าทรัพย์จึงขอสืบพะยานอีก
ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้สืบพะยานอีกเพราะไม่ร้องขอเสียก่อน และวันนั้นไม่ได้นำพะยานมา ฝ่ายจำเลยนำมาแล้ว จึงให้จำเลยสืบพะยานต่อไป เสร็จแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นความผิดของโจทก์เองที่เพิ่งยื่นคำขอในวันสืบพะยานจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าจะทำให้คดีชักช้าและเสียเวลาพะยานจำเลยจึงไม่อนุญาต ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นมีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงดุลยพินิจของศาลจังหวัดได้จึงพิพากษายืน
เจ้าทรัพย์โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อไม่เตรียมพะยานมาเข้าสืบในวันนัดพิจารณา และศาลล่างทั้ง ๒ ใช้ดุลยพินิจสั่งงดสืบพะยานเช่นนี้ ศาลฎีกาก็ไม่เห็นมีเหตุที่จะกลับแก้ดุลยพินิจของศาลล่าง จึงพร้อมกันพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1478/2482
อัยยการจันทบุรี และนายเต๊ก โจทก์
นายมาลัย พานิชอัตรา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจันทบุรี และนายเต๊ก · จำเลย - นายมาลัย พานิชอัตรา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายจิตต์ นิวาศ · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปรีชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา