คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 366/2472
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นหุ้นส่วนกันหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องนำสืบให้ได้ความตามกฎหมาย การอ้างเอกสารเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
ย่อคำพิพากษา
ลักษณพะยานฟ้องว่ายักยอกทรัพย์ของหุ้นส่วนต้องนำสืบให้ได้ความว่าเป็นหุ้นส่วนกันจริง จะอ้างแต่เอกสารเป็นพะยานไม่พอ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม.5 การเป็นหุ้นส่วนกันหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงฎีกาไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องว่า จำเลยยักยอกแพไม้บางซึ่งโจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนกันไปขายเสียโดยไม่บอกให้จำเลยทราบ โจทก์สอบถามจำเลย ๆ กลับปฏิเสธ ขอให้ลงโทษตาม ม.๓๑๔,๓๑๙ จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับโจทก์
ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า โจทก์จำเลยมิได้เป็นหุ้นส่วนกัน ให้ยกฟ้องโจทก์เสีย
โจทก์ฎีกาเป็นปัญหากฎหมายโดยอาศัยหลักฐานเอกสารพะยานซึ่งแสดงว่าโจทก์จำเลยเป็นหุ้นกัน
ศาลฎีกาเห็นว่า ถึงแม้โจทก์จะมีเอกสารมาสืบเป็นพะยานก็ดี แต่เมื่อไม่ใช่คดีที่มีประเด็นว่าต้องอาศัยฟังเอกาสารพะยานเป็นหลักฐานแห่งการวินิจฉัยคดี แลศาลล่างไม่ฟังข้อเท็จจริงตามเอกสารที่โจทก์อ้างแล้ว โจทก์จะทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ ต้องบทห้ามตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๔๖๑ ม.๕ ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 366/2472
นายปรีดา โจทก์
นายเทียมฮั้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายปรีดา · จำเลย - นายเทียมฮั้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · พิพาก · วิชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา