คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1134/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ ค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไว้แล้วให้รวมเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระในคราวหลัง
ย่อคำพิพากษา
ไม่บัญญัติถึงการชำระหนี้กู้ยืม วิธีพิจารณาแพ่ง หน้าที่จำเลยนำสืบว่าใช้เงินแล้ว ค่าธรรมเนียมเมื่อศาลสั่งย้อนสำนวนไปให้ตัดสินใหม่ เงินค่าธรรมเนียมให้รวมใช้ในคราวหลัง พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม.4 แก้มาก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยใช้เงินตามสัญญากู้ ๔๗๐ บาท
ศาลอุทธรณ์แก้ให้จำเลยใช้เงินเพียง ๕๐ บาท
โจทก์ฎีกาได้ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยทำสัญญากู้ให้โจทก์ ๔๗๐ บาท แต่ที่หลังสัญญากู้ซึ่งอยู่กับโจทก์ปรากฏว่า " ได้ส่งเงินแล้ว " เปนจำนวน ๕ ชั่ง ๒๐ บาทณะวัน...โดยไม่มีผู้ใดเซ็นชื่อ โจทก์จึงฟ้องขอให้ใช้เงิน ๔๗๐ บาท
ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้ต้องใช้ประมวลแพ่งบรรพ ๓ ม.๖๕๓ พ.ศ.๒๔๖๗ ปรับคดี ซึ่งจำเลยมีโอกาศนำพะยานบุคคลมาสืบว่าได้ใช้เงินแล้วเท่าที่หลังสัญญา ศาลล่างไม่เรียกพะยานมาสืบ จึงย้อนสำนวนให้ศาลเดิมสืบพะยานตามโจทก์จำเลยอ้างมาและพิพากษาใหม่ ค่าธรรมเนียมชั้นนี้ให้รอไว้รวมกับคำพิพากษาใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1134/2473
นางปลั่ง แซ่เฮ้ง โจทก์
นายฉัตร์ นายเติม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางปลั่ง แซ่เฮ้ง · จำเลย - นายฉัตร์ นายเติม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนู · พรหม · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงประวิตินฤ+ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาลักษมัณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา