คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับสารภาพว่าจำนนต่อพยานหรือไม่นั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องอาศัยข้อเท็จจริงและเหตุผลในสำนวนเป็นประมาณ
ย่อคำพิพากษา
การรับสารภาพอย่างไรเรียกว่าจำนนต่อพะยานนั้น เปนข้อเท็จจริง
ลักษณพะยาน การรับสารภาพจำนนต่อพะยานหรือไม่ ๆ มีกฎหมายบัญญัติ ต้องอาศัยข้อเท็จจริงและเหตุผลในสำนวนเปนประมาณ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.117 พระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ม.๑๗๗ ฐานสมคบกันตั้งสมาคมอั้งยี่
ชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธ ครั้นสืบพะยานโจทก์หมดแล้ว จำเลยขอให้การใหม่รับสารภาพ
ศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินว่า จำเลยมีผิดตาม ม.๑๗๗ ให้จำคุก ป.๓ ปี จำเลยอื่นคนละ ๒ ปี แต่จำเลยรับสารภาพลดโทษให้ตาม ม.๕๙ เสีย ๑ ใน ๓ คงจำคุก ป. ๒ ปี จำเลยอื่นคนละ ๑ ปี ๔ เดือน
โจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่ควรได้รับความปราณีลดโทษ เพราะรับสารภาพโดยจำนนแก่พะยาน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การรับสารภาพอย่างไรเปนจำนนและไม่จำนน ไม่มีกฎหมายบัญญัติ ต้องอาศัยข้อเท็จจริง และเหตุผลในสำนวนเปนประมาณ เรื่องเช่นนี้อยู่ในดุลยพินิจของ และเปนข้อเท็จจริง ฉะนั้นคดีนี้โจทก์ฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตาม ม.๓ แห่ง พรบ ฎีกาอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2473
กรมอัยยการ โจทก์
นายแป๊ะ นายสว่าง นายบุญช่วย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมอัยยการ · จำเลย - นายแป๊ะ นายสว่าง นายบุญช่วย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยกรม · ศาลอุทธรณ์ - พระยาชัยธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา