คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเงื้อไม้ไผ่ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อจะทำร้ายผู้อื่น ถือว่าเป็นการใช้ไม้ไผ่เป็นสาตราวุธแล้ว แม้จะยังไม่ได้ลงมือทำร้ายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ไม้ไผ่กะบอกโตเท่าข้อมือยาว 1 แขนอาจใช้ทำร้ายร่างกายถึงสาหัสนั้น เพียงแต่เงื้อขึ้นจะทำร้ายก็นับว่าได้ใช้เป็นเครื่องประหารแล้วนับว่าเป็นสาตราวุธ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม.3 ศาลเดิมให้จำคุก 10 ปี ตามมาตรา 301 ศาลอุทธรณ์แก้ให้จำคุก 3 ปีตาม ม.299 นับว่าแก้มาก คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยกับพวกรวม ๓ คน ได้เข้าไปลักทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปรวมราคา ๒๗ บาท ๒๕ สตางค์ เมื่อจำเลยคนหนึ่งเข้ายกหีบเก็บทรัพย์ เจ้าทรัพย์เข้าขัดขวาง จำเลยอีกคน ๑ กดคอไว้แล้วคนที่ยกหีบเงื้อไม้ไผ่จะตีเจ้าทรัพย์ แต่คนกดคอห้ามไว้จึงไม่ได้ตี ไม้ไผ่ที่เงื้อนั้นเป็นไม้กะบอกโต เท่าข้อมือยาว ๑ แขนเป็นไม้กลวง
ศาลเดิมลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๐๑ จำคุกคนละ ๑๐ ปี
ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษจำเลยตามม.๒๙๙ โดยกล่าวไม้ไผ่นั้นไม่ใช่สาตราวุธคงให้จำคุกคนละ ๓ ปี
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม้นั้นได้ใข้เป็นเครื่องประหานโดยเงื้อขึ้นแล้ว และไม้นั้นอาจทำร้ายได้ถึงสาหัสนับว่าเป็นสาตราวุธ จึงพิพากษาลงโทษจำเลยยืนตามศาลเดิม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159/2477
อัยยการชัยนาท โจทก์
นายปัดหรืออ่อน ข้างปาน,นายปิ๊กหรือปลิก บุญแพ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชัยนาท · จำเลย - นายปัดหรืออ่อน ข้างปาน,นายปิ๊กหรือปลิก บุญแพ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · นล · กฤต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา