คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินย่อมไม่สูญไปเพราะการครอบครองปรปักษ์ และข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ที่ปลูกสร้างรุกล้ำที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินได้
ย่อคำพิพากษา
สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ซึ่งเดิมเป็นลำคลองแม้ต่อมาภายหลังจะมีผู้ทิ้งขยะมูลฝอยจนเกิดตื้นเขินขึ้น ก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ วิธีพิจารณาแพ่ง ฟ้องขับไถ่ อำนาจฟ้อง ข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ที่ปลูกเรือนรุกล้ำเข้ามาในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินได้อ้างฎีกาที่ 544/2475
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจปลูกเรือนแลทำรั้วรุกล้ำลงในลำคูและทางเดิรสาธารณที่ตำบลวันอนงค์ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยรื้อสิ่งที่ปลูกสร้างออกไป
ทา
พิจารณาได้ความว่าที่ดินรายพิพาทเดิมเป็นลำคลองราษฎรใช้เรือพายไปมาและใช้น้ำได้ อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ปกครองท้องที่ ภายหลังมีผู้ทิ้งขยะมูลฝอยเกิดตื้นเขินขึ้น ทำให้เรือขายเข้าออกไม่สดวก จึงไม่มีผู้ใดใช้เรือแต่เวลาน้ำมากหรือฝนตกมากน้ำยังไหลไปมาได้ เจ้าหน้าที่ปกครองท้องที่ก็ยังปกครองดูแลอยู่
ศาลเดิมพิพากษาให้จำเลยรื้อเรือนแลรั้วออกจากที่รายพิพาท
ศาลอุทธรณ์พิพากษยืน
จำเลยฎีกาว่าที่รายพิพาทไม่ใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแลว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย
ศาลฎีกาเห็นว่าที่รายนี้ยังเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ การที่มีผู้นำขยะมูลฝอยไปเททิ้งลงจนลำคลองตื้นเขินขึ้นหาเป็นเหตุทำให้กลายเป็นที่ว่างซึ่งจำเลยมีอำนาจปลูกสร้างเรือนล้ำเข้าไปได้ไม่ แลเห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2477
ข้าหลวงประจำจังหวัดพระนครและธนบุรี โจทก์
นายอู๊ด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ข้าหลวงประจำจังหวัดพระนครและธนบุรี · จำเลย - นายอู๊ด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กฤต · พรหม · อมาตย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา