⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 297/2478

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2478

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งมอบอสังหาริมทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งตราสารตามมาตรา 456 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถือเป็นการชำระหนี้บางส่วนตามมาตรา 456 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทำให้สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นสมบูรณ์และฟ้องร้องบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญาซื้อขายที่ดินกันเมื่อผู้ขายส่งมอบที่ดินให้ผู้ซื้อ ก็ถือได้ว่ามีการชำระหนี้กันบางส่วนแล้ว แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ สัญญานั้นก็สมบูรณ์ ฟ้องร้องบังคับกันได้ตามกฎหมาย ฎีกาอุทธรณ์ปัญหากฎหมาย ปัญหาข้อเท็จจริง ข้อที่คู่ความฎีกาอ้างเป็นปัญหากฎหมายขึ้นมาว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนนั้น เมื่อปรากฏว่าศาลล่างมิได้ฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนแล้ว ดังนี้เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับไว้พิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์เป็นเจ้าของที่นารายพิพาทโจทก์อยากให้ ม.พี่สาวจำเลยซื้อไว้ ม.ได้ให้เงินโจทก์ไป ๔๘๐ บาท ภายหลังจำเลยอยากได้ที่นารายนี้ จึงนำเงิน ๔๘๐ บาทไปให้แก่ ม.ต่อมาจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์อีก ๒ ครั้งเป็นเงิน ๔๐๐ บาท รวม ๘๘๐ บาท ยังคงค้างอยู่อีก ๑๒๐ บาท เงิน ๘๘๐ บาทนี้จำเลยได้ให้โจทก์ทำเป็นสัญญากู้ไว้แล้วจำเลยก็รับเอาที่นาจากโจทก์ไปทำตลอดมาทุกปี แลตกลงจะโอนกันเมื่อชำระเงินเสร็จ บัดนี้ที่นาลงราคาจำเลยกลับมาฟ้องโจทก์เรียกเงินตามสัญญากู้ โจทก์จึงฟ้องจำเลยขอให้ทำลายสัญญากู้โดยอ้างว่าเงินตามสัญญากู้ คือเงินราคานาที่จำเลยซื้อโจทก์ แลขอให้บังคับให้จำเลยรับซื้อนาเป็นราคา ๑๐๐๐ บาท ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้จำเลยรับซื้อที่นาแลให้ชำระราคานาที่ค้างอีก ๑๒๐ บาทแก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า จำนวนเงิน ๘๘๐ บาท ซึ่งโจทก์รับไปจากจำเลยนั้น แม้จะไม่ถือว่าเป็นเงินมัดจำหรือเงินชำระหนี้ในการจะซื้อขายที่นากันก็ดี แต่การที่โจทก์มอบนาให้จำเลยปกครอง ทำกินย่อมถือได้ว่าได้มีการชำระหนี้กันบางส่วนแล้ว นิติกรรมจะซื้อขายจึงเป็นอันสมบูรณ์ตาม ม.๔๕๖ โจทก์มีสิทธิฟ้องร้องขอให้บังคับจำเลยได้ ส่วนข้อที่ว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาชี้ขาดว่าจำเลยจะซื้อที่นาจากโจทก์นั้นเห็นว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยอาศัยพฤตติการณ์ตามคำพะยานหลักฐานในท้องสำนวน ฎีกาข้อนี้จึงเป็นข้อเท็จจริง ไม่ควรรับไว้พิจารณา จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2478 นายเบ๋ย มณีอิน - โจทก์ นางผ่อง วงษ์สุขดี - ล

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเบ๋ย มณีอิน - · ล - นางผ่อง วงษ์สุขดี -
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นล · วิกรม · อิศร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายฉลาด · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2257/2521ฎีกา 4179/2539ฎีกา 78-85/2496ฎีกา 523/2497ฎีกา 1510/2552ฎีกา 1369/2479ฎีกา 1434/2495ฎีกา 740/2493ฎีกา 6939/2552ฎีกา 1216/2538ฎีกา 2946/2549ฎีกา 6592/2537ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1008/2496ฎีกา 5564/2537ฎีกา 288/2503ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 280/2536ฎีกา 2971/2543ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 320/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา