⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1109/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1109/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายเรือนเพื่อรื้อถอนออกไป ถือเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ สัญญาซื้อขายจึงสมบูรณ์เมื่อตกลงกันได้ แม้จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญาซื้อขายเรือนเพื่อจะรื้อเอาไปนั้น หาใช่ซื้อขายในฐานะอสังหาริมทรัพย์ทำสัญญากันเองก็ใช้ได้ ฟ้องว่า ทำสัญญาซื้อเรือนและครัวไฟจากจำเลย เมื่อรื้อเอาไปและได้ชำระราคาแก่จำเลยไปแล้ว จำเลยให้การต่อสู้คดีกำกวมไม่ชัดแจ้ง แม้จะมีข้อความว่า จำเลยปฏิเสธตลอดข้อหาแต่เมื่อพิเคราะห์ต่อไปในคำให้การนั้น เป็นอันเข้าใจได้ว่าฝ่ายจำเลยรับแล้วว่า ได้มีการซื้อขายกันจริงดังฟ้องไม่ได้คัดค้านในข้อที่ว่าไม่มีการตกลงกันว่าซื้อขายแล้วจะรื้อเอาไป และไม่ได้คัดค้านว่าไม่ได้รับเงินราคาซื้อขายกันแล้ว เช่นนี้เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่สืบพยานก็ต้องฟังว่าจำเลยตกลงซื้อขายเรือนแก่โจทก์เพื่อ+ไปและต้องฟังว่าจำเลยรับเงินราคาเรือนแล้ว เพียงแต่โจทก์ไม่คัดค้านในการที่ผู้ร้องสอด ร้องเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยเดิมนั้น จะแปลว่าโจทก์รับว่าเป็นความจริงตามคำร้องสอดนั้นด้วยยังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.100 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.101 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือขายเรือนเสาไม้แก่นพื้นกระดาน มีระเบียงและนอกชานพร้อม ๑ หลัง ครัวไฟ ๑ หลังกับตู้หรือชั้ว ๒ ตู้ ซึ่งเป็นทรัพย์ของจำเลยให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑๔๐๐ บาท โจทก์ตกลงรับซื้อและได้ชำระเงิน ๑๔๐๐ บาท ให้จำเลยรับไปแล้ว กลับไม่ยอมให้โจทก์รื้อเรือนและครัวไฟนอกชานกับนำตู้ไปได้ โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลย จำเลยให้การว่า (๑) จำเลยทราบฟ้องแล้ว ขอให้การปฏิเสธตลอดข้อหา (๒) จำเลยขอคัดค้านฟ้องโจทก์ว่าหนังสือสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นหนังสือสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทำกันเองใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย อีกประการหนึ่งจำเลยเป็นหญิงมีสามีแล้วโจทก์ทราบว่าทรัพย์ที่ฟ้องเป็นสินเดิมของนายเหล็งสามีจำเลย ๆ หามีอำนาจจะทำสัญญาซื้อขายได้ไม่ ทั้งหนังสือที่โจทก์ฟ้องไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายจะบังคับจำเลยหาได้ไม่ภายหลังสามีจำเลยร้องสอดเข้ามาว่าผู้ร้องเป็นสามี จำเลย เรือนและตู้ที่ฟ้องรายนี้เป็นของผู้ร้องโจทก์ก็ทราบและทราบว่าการที่จำเลยเอาไปขายนี้หามีอำนาจขายโดยลำพังไม่ผู้ร้องขอร่วมเป็นจำเลยในคดีร่วมกับจำเลยเดิมเพื่อขอเพิกถอนนิติกรรมของโจทก์เสีย นอกนั้นคงต่อสู้ทำนองเดียวกับจำเลย ถึงวันนัดชี้สองสถาน โจทก์และจำเลยเดิมไม่คัดค้านในการที่นายเหล็งร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลจึงอนุญาตตามที่นายเหล็งขอ แล้วคู่ความท้ากันไม่สืบพยานด้วยกันทั้งสองฝ่าย ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนเมื่อไม่สืบจึงต้องแพ้ ส่วนข้อต่อสู้ของผู้ร้องสอดแตกต่างออกไปจากจำเลยเดิม และข้อบอกล้างนิติกรรมไม่ได้ฟ้องแย้ง ศาลวินิจฉัยให้ไม่ได้ จึงพิพากษาให้โจทก์ชนะตามคำขอ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยให้การต่อสู้คดีกำกวมไม่ชัดแจ้ง แม้ในข้อ ๑ จะกล่าวปฏิเสธตลอดข้อหาก็ดีแต่เมื่อพิเคราะห์ต่อไปตามคำให้การข้อ ๒ ตลอดจนข้อความตามคำร้องตลอดประกอบกันแล้วเป็นอันเข้าใจได้ว่า คดีนี้ฝ่ายจำเลยรับแล้วว่าได้มีการซื้อขายกันจริงตามฟ้อง แม้ในสัญญาจะไม่กล่าวว่าเพื่อรื้อไป แต่ในฟ้องได้กล่าวไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยยอมให้รื้อไป จำเลยไม่ได้ให้การคัดค้านในข้อนี้เลย ประกอบกับในสัญญาไม่ปรากฎว่า ได้ซื้อขายที่ดินที่ปลูกเรือนด้วยเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่สืบพยาน ก็ต้องฟังว่าเป็นการซื้อเพื่อรื้อไปดังฟ้อง เรือนและครัวไฟที่ตกลงซื้อขายกันจึงหาใช่ซื้อขายในฐานะอสังหาริมทรัพยืไม่ ทำสัญญากันเองก็ใช้ได้ ในเรื่องเงิน ๑๔๐๐ บาท ตามฟ้องว่าจำเลยได้รับไปจากโจทก์แล้ว จำเลยไม่ได้คัดค้านอย่างไรในข้อนี้จึงต้องฟังเช่นเดียวกันว่าจำเลยได้รับเงินจำนวนี้ไปแล้วดังฟ้อง เมื่อฟังว่ามีการชำระราคากันแล้วก็ไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าสัญญาไม่สมบูรณ์โดยไม่มีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือครบถ้วน ก็ไม่จำต้องวินิจฉัย การที่นายเหล็งผู้ร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม โจทก์ไม่ได้คัดค้านอย่างไร เพียงเท่านี้จะแปลว่าโจทก์รับว่าเป็นความจริงตามคำร้องนั้นยังไม่ได้เมื่อฝ่ายจำเลยและผู้ร้องสอดเป็นฝ่ายอ้างแล้ว ตนก็ต้องมีหน้าที่นำสืบ ให้ได้ความตามที่อ้างเมื่อไม่สืบ ก็ต้องฟังว่าสัญญานั้นสมบูรณ์ บังคับได้ ฎีกาของจำเลยและผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1109/2493 นางสำราญ จันทรวัฒน์ ที่ 1, นางสำรวย ชูเกษร ที่ 2, โจทก์ นางจีบ สงวนทอง ล. นายเหล็ง สงวนทอง ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำราญ จันทรวัฒน์ ที่ 1, นางสำรวย ชูเกษร ที่ 2, · ล. - นางจีบ สงวนทอง · ผู้ร้องสอด - นายเหล็ง สงวนทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · จำรูญเนติศาสตร์ · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายไพฑูรย์ พันธ์ฟัก · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4161/2532ฎีกา 6339/2538ฎีกา 977/2543ฎีกา 2274/2537ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 170/2497ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 2135/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8119/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา