คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 729/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้เพิกถอนนิติกรรมตามกฎหมายนั้น เพียงลูกหนี้และผู้ได้ลาภงอกรู้ว่าเป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องปรากฏว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกันเสมอไป
ย่อคำพิพากษา
การขอให้เพิกถอนนิติกรรมตาม ม.237 นั้นเพียงแต่ลูกหนี้แลผู้ได้ลาภงอกรู้ว่าเป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบก็พอแล้ว ไม่จำต้องปรากฎว่าได้มีการ+จริตหรือสมยอมเสมอไป+พิจารณาแพ่ง+ขัดทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์นำยึดที่ดินรายพิพาท ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์อ้างว่า ที่รายนี้เป็นของผู้ร้อง ๆ ซื้อไว้จากจำเลย
ทางพิจารณาได้ความว่า ที่ดินรายพิพาทเดิมเป็นของจำเลย ๆ ใส่ชื่อ ช.ภรรยาในโฉนดแต่ผู้เดียว แล้ว ช.เอาไปจำนองไว้กับ ล. เมื่อศาลพิพากษาให้ จำเลยแพ้คดีโจทก์ ๆ จึงนำยึดที่ดินของจำเลยแปลงหนึ่งซึ่งติดกับที่รายพิพาทนี้ แลผู้ร้องก็ทราบแล้วว่าถ้าขายได้เงินไม่พอโจทก์ก็จะยึดที่รายพิพาทนี้ด้วย ปรากฏว่าต่อจากศาลได้พิพากษาแล้ว ๑๙ วัน ช.ภรรยาจำเลยก็ไปไล่ถอนการจำนอง จาก ล.แล้วก็โอนขายให้กับผู้ร้อง แลผู้ร้องกลับเอาไปจำนองไว้กับ ล.อีกในวันเดียวกันนั้นเอง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การซื้อขายเป็นการทำให้โจทก์เสียเปรียบ เพราะผู้ร้องรู้อยู่แล้วว่าโจทก์ไม่สามารถยึดที่รายนี้ได้ นิติกรรมอันนี้ต้องถูกเพิกถอนข้อที่ศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ต้องสืบว่าการโอนรายนี้เป็นการทุจจริตหรือสมยอมนั้นเห็นว่าตาม ม.๒๓๗ ไม่จำเป็นต้องมีการทุจจริตหรือสมยอมเสมอไปเพียงแต่ลูกหนี้แลผู้ได้ลาภงอกรู้ว่าเป็นการทำให้เจ้าเสียเปรียบก็พอแล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 729/2478
นางสิน นางสาวสม โจทก์
นายรื่น จำเลย
นางริ้ว ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสิน นางสาวสม · จำเลย - นายรื่น · ผู้ร้อง - นางริ้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · นล · ดูปลาตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา