คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ศาลฎีกาสามารถแยกพิจารณาและพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องรวมกันได้
* การยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ทางไปรษณีย์ ศาลอาจไม่รับไว้พิจารณา
* การคัดค้านผู้พิพากษาว่าไม่มีอำนาจตัดสิน ต้องกระทำในชั้นศาลชั้นต้น มิฉะนั้นศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัย
* ฎีกาที่ไม่มีเหตุผลสนับสนุน ศาลฎีกาจะไม่วินิจฉัยให้
* ใบเหยียบย่ำที่ดิน ไม่ใช่หนังสือสำคัญแห่งกรรมสิทธิ์ แต่เป็นเพียงพยานหลักฐานแสดงการจองที่ดิน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งในทางแพ่งและอาญารวมกันมา ศาลฎีกาแยกพิจารณาแลพิพากษาคดีแพ่งแลคดีอาญาคนละส่วนได้
ขอถอนอุทธรณ์ ยืนคำร้องขอถอนอุทธรณ์โดยทางไปรษณีย์ ศาลไม่รับไว้วินิจฉัย
ฏีกาอุทธรณ์การคัดค้านผู้พิพากษาว่าไม่มีอำนาจตัดสินต้องคัดค้านมาในชั้นศาลล่างมิฉะนั้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ฎีกาที่ไม่มีเหตุผลสนับสนุนเสียเลย ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้
ที่ดิน ใบเหยียบย่ำ ไม่ใช่หนังสือสำคัญแห่งกรรมสิทธิ์ เป็นเพียงพยานหลักฐานว่ามีชื่อในใบเหยียบย่ำมาจองที่รายนั้นเมื่อใดเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องทั้งความแพ่งและอาญา และศาลได้พิพากษารวมกันมา ศาลชั้นต้นแลศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ตาม ม.๓๐๔ ส่วนคดีแพ่งให้โจทก์ชนะคดี ให้ทำลายการโอนที่ดินระหว่างจำเลย ให้ที่ตกเป็นสิทธิแก่โจทก์ ในชั้นฎีกาศาลฎีกาแยกตัดสินคดีส่วนอาญาไปก่อนแล้ว ตัดสินยกฟ้องโจทก์โดยเห็นว่าคำพรรณาฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลเป็นความผิดทางอาญา บัดนี้ศาลฎีกาได้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่ง
ศาลฎีกาตัดสินว่าที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนคดีระหว่างอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตเป็นการมิชอบนั้น ได้ความว่าคำขอถอนอุทธรณ์ได้ส่งทางไปรษณีย์ ฉะนั้นตาม ม.๖๙ แห่งประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลจะรับคำคู่ความเช่นนี้ไว้วินิจฉัยมิได้ฎีกาของจำเลยอีกข้อหนึ่งกล่าวว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ เพราะที่พิพาทมีชื่อนายลิ่มเฮงสุนในใบเหยีบย่ำ โจทก์ไม่มีสิทธินำพะยานมาสืบลบล้างว่าที่รายพิพาทไม่ใช่ของนายลิ่มเฮงสุน เห็นว่าใบเหยียบย่ำไม่ใช่หนังสือสำคัญแห่งกรรมสิทธิหรือนอกจากเป็นพะยานว่าผู้มีชื่อในใบเหยียบย่ำมาจองที่รายนั้นเมื่อใดฉะนั้นที่ศาลล่างฟังว่าโจทก์มีสิทธิในที่รายพิพาทและเป็นผู้มีอำนาจฟ้องได้นั้นไม่เป็นการขัดต่อกฎหมาย ส่วนข้อที่ว่าศาลใช้เอกสารที่ยื่นลับหลังจำเลยเป็นพะยาน และไม่ใช้เอกสารที่ยื่นต่อหน้าโจทก์ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่าจำเลยไม่ระบุว่าเอกสารที่กล่าวนี้เป็นเอกสารฉะบับไหน ฎีกาข้อนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๒๒๕-๒๔๗ ส่วนข้อที่ว่าเมื่อศาลฟังว่าไม่มีการปลอมหนังสือก็ต้องถือว่าการซื้อขายนั้นบริสุทธิเห็นว่าฎีกาข้อนี้ไม่มีเหตุผลใดอ้างอิงเลยจึงไม่เป็นสาระ
ส่วนข้อที่คัดค้านว่าผู้พิพากษาที่เรียงคำพิพากษาไม่ได้นั่งฟังการพิจารณานั้น ปัญหาข้อนี้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๒๒๕ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย จึงพิพากษายืนตามศาลล่างในส่วนแพ่ง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2479
นายลิ่มยิมโค้ว แซ่ลิ่ม โจทก์
หลวงณรงค์วังศาทรที่ 1,ขุนปิยะราษฎร์อารี ที่ 2 นางสายที่ 3 นายลิ่มลงที่ 4 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายลิ่มยิมโค้ว แซ่ลิ่ม · จำเลย - หลวงณรงค์วังศาทรที่ 1,ขุนปิยะราษฎร์อารี ที่ 2 นางสายที่ 3 นายลิ่มลงที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายไชยเจริญ สันติศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา