คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้กระทำความผิดรับของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำความผิดมานั้น ไม่จำเป็นต้องอ้างกฎหมายที่บัญญัติความผิดนั้นๆ มาด้วยในฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ในคดีที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยรับโคไว้โดยรู้สึกว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษตาม ม.321 แต่บทเดียวโดยมิได้อ้าง พ.ร.บ.สัตว์พาหนะสำหรับเป็นบทลงโทษจำเลยด้วยแล้ว หน้าที่นำสืบความบริสุทธิหาตกอยู่แก่จำเลยไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าโคของนายแย้หายไปตัวหนึ่ง ต่อมาอีก ๒ ปีไปจับโคของกลางนี้ได้ที่คอกนายหนูสินจำเลย ปรากฎตามคำพะยานหลักฐานว่านายถกจำเลยได้นำโคของกลางนี้มาตีใช้หนี้ให้นายหนูสิน โดยนายถกมิได้มีหรือนำตั๋วพิมพ์รูปพรรณสำหรับโคนั้นมาโอนให้นายหนูสินด้วย โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๒๑
ศาลฎีกาตัดสินว่าได้ความเพียงเท่านี้ยังไม่พอจะฟังว่านายถก นายหนูสินได้มีโคตัวนั้นไว้โดยทุจจริต ทั้งเรื่องนี้มิใช่เรื่องที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามพ.ร.บ.สัตนว์พาหนะ หน้าที่นำสืบแสดงความบริสุทธิจึงไม่ตกอยู่แก่นายถกจำเลยพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2479
อัยยการสงขลา โจทก์
นายแสง ,นายหนูสิน,นาย+ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสงขลา · จำเลย - นายแสง ,นายหนูสิน,นาย+ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายไชยเจริญ + · ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา