คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1184/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดสองกระทง โดยมีโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี และ 10 ปี ตามลำดับ และจำเลยได้ฎีกาข้อเท็จจริงในกระทงที่ต้องโทษจำคุก 3 ปีนั้น เป็นการต้องห้ามตามกฎหมายที่ห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลย 2 กะทงคือฐานชิงทรัพย์จำคุก 3 ปีกะทงหนึ่งฐานปล้นทรัพย์จำคุก 10 ปี อีกกะทงหนึ่ง ดังนี้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงในฐานชิงทรัพย์ได้ต้องห้ามตามกฎหมายข้างต้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๓ คน เป็น ๒ กะทง คือชิงทรัพย์ ช. ตาม ม. ๒๙๙ กะทงหนึ่ง จำคุกคนละ ๓ ปี ฐานปล้นทรัพย์ ข. อีกกะทงหนึ่งตาม ม. ๓๐๑ จำคุกคนละ ๑๐ ปี
จำเลฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินว่า ความผิดฐานชิงทรัพย์นั้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันมาให้จำคุกจำเลยคนละ ๓ ปี จำเลยฎีกามิได้ต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตา ๒๑๘ ส่วน ความผิดฐานปล้นคงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1184/2480
พนักงานอัยยการ โจทก์
นายมัด นายนิตย์ นายเชื้อ กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ · ล. - นายมัด นายนิตย์ นายเชื้อ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา