คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1198/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าตนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อขอประกันตัว แม้จะยังไม่ได้รับกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ แต่หากจำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าที่ดินนั้นเป็นของตน ย่อมไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยื่นคำร้องขอประกันบุคคลต่อศาลอ้างว่ามีกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง แต่ปรากฎที่ดินนั้นจำเลยเพิ่งยื่นคำร้องจับจองได้รับใบเหยียบย่ำแต่จำเลยเชื่อโดยสุจริตที่เป็นของจำเลยดังนี้จำเลยไม่มีผิดฐานแจ้งความ+
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.118
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยยื่นคำร้องขอประกันตัวบุคคลต่อศาลกล่าวว่าจำเลยมีกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงหนึ่ง ปรากฎว่าที่แปลงนั้นจำเลยได้ยื่นคำร้องขอจับจองทั้งเพิ่งได้รับใบเหยียบย่ำภายหลังยื่นคำร้องขอประกัน
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จ
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยเข้าใจโดยสุจจริตว่าจำเลยขอจับจองเป็นของจำเลย เพราะจำเลยได้ลงมือถากถางครอบครองมาตั้งแต่แรกขอจับจองตลอดมา เมื่อจำเลยเข้าใจโดยสุจริตดังนี้จำเลยก็ไม่ได้กล่าวเท็จโดยรู้ว่าเป็นเท็จตามมาตรา ๑๑๘ ทั้งไม่เป็นเหตุให้ผู้ใดได้รับความเสียหายด้วย เพราะที่ดินมีอยู่จริงและมีราคามากกว่าเงินที่รับประกันด้วย พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1198/2481
อัยยการสุราษฎร์ธานี โจทก์
นายสังวาลย์ กุลพงษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายสังวาลย์ กุลพงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อิศร · ดูปลาตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายพิสาด ไชยเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - พระสุทธองศา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา