⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 233/2481

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2481

ป.อาญา ม.72, 299 · พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย ม.8, 9

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลที่ให้แยกฟ้องคดีเป็นอีกคดีหนึ่ง ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากโจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษา จะอุทธรณ์เฉพาะคำสั่งดังกล่าวไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์และขอให้กักกัน ศาลมีคำสั่งให้ยกฟ้องโทษฐานกักกันเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์นั้นดังนี้ ถือว่าคำสั่งของศาลเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาจะอุทธรณ์ฉะเพาะคำสั่งของศาลที่ให้แยกฟ้องมิได้ต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.196

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.160 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.196 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.299 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.8 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.9

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.160 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.196 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าชิงทรัพย์ครั้นสืบพะยานโจทก์เสร็จแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว ๒ ครั้งขอให้เพิ่มโทษและลงโทษกักกัน จำเลยแถลงว่าไม่เคยต้องโทษครั้งที่ ๒ โจทก์จึงขอสืบพะยานในข้อนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่าเรื่องนี้ประเด็นข้อหาฐานชิงทรัพย์และขอเพิ่มโทษตามกฎหมายอาญาจำเลยก็รับแล้ว ยังเหลือแต่เรื่องโทษกักกันซึ่งเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบ ซึ่งจะทำให้สำนวนชักช้า ศาลจึงอาศัย ม.๑๖๐ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญาให้โจทก์แยกฟ้องข้อหาฐานกักกันเป็นอีกสำนวนหนึ่งต่างหาก ครั้นศาลพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ให้แยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำสั่งที่ให้แยกฟ้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อเสร็จสำนวนและศาลพิพากษาเรื่องชิงทรัพย์แล้วโจทก์ก็มิได้อุทธรณ์ ฉะนั้นจะอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาอย่างเดียวมิได้ ต้องห้ามตาม ม.๑๙๖ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา จึงไม่รับอุทธรณ์ ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามทุกประการ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2481 อัยยการพังงา โจทก์ นายปาน รัตนไชย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการพังงา · จำเลย - นายปาน รัตนไชย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เทฟโนต์ · อมาตย์ · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงสุธรรมานุวัตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยา+++
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 6538/2562ฎีกา 4577/2558ฎีกา 523/2483ฎีกา 264/2499ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1268/2515ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 917/2564ฎีกา 2958/2540ฎีกา 280/2505ฎีกา 551/2514ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1228/2510ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 501/2494ฎีกา 801/2503ฎีกา 724/2493ฎีกา 1027/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา