คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2481
ย่อคำพิพากษา
พวกจำเลยสมคบกันไปเจาะแลขุดพระเจดีย์เพื่อจะเอาทรัพย์ แต่เจ้าพนักงานจับได้เสียก่อน ต้องมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์โดยโจทก์มิต้องนำสืบว่าในพระเจดีย์นั้นมีทรัพย์ซ่อนฝังอยู่จริง อ้างฎีกาที่ 925/2474
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๔ สมคบกันทำการเจาะและขุดพระเจดีย์พระติโกราช เจ้าพนักงานจับจำเลยได้ในขณะนั้นยังเอาอะไรในพระเจดีย์ไปมิได้
ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยทั้ง ๔ มีผิด ๒ บท คือฐานพยายามลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามลักทรัพย์ซึ่งเป็นบทหนัก
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีผิดฐานทำให้เสียทรัพย์แต่บทเดียว
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามหลักฐานในสำนวนปรากฎชัดว่าจำเลยเจาะและขุดพระเจดีย์โดยเข้าใจว่ามีสิ่งของที่มีค่าบรรจุอยู่ และมีเจตนาจะลักทรัพย์นั้น จำเลยย่อมมีผิดฐานพยายามลักทรัพย์ โดยโจทก์ไม่จำต้องสืบว่ามีทรัพย์สิ่งของบรรจุอยู่ในพระเจดีย์จริง สาระสำคัญของความผิดคือเจตนาของจำเลย การที่มีทรัพย์อยู่จริงหรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญพระเจดีย์นั้นเป็นสถานที่ซึ่งคนธรรมดาในท้องถิ่นเข้าใจวง่าเป็นที่บรรจุทรัพย์อยู่ ตามนัยฎีกาที่ ๙๒๕/๒๔๗๔ จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2481
อัยยการเชียงใหม่ โจทก์
นายหวัน ณ เชียงใหม่ที่ 1 , นายคำ อินตะวงศ์ที่ 2 , นายต่วน เสนีวงศ์ ณ
อยุธยาที่ 3 ,นายแถม ไทยสุวรรณ ที่ 4 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการเชียงใหม่ · ณ - นายหวัน ณ เชียงใหม่ที่ 1 , นายคำ อินตะวงศ์ที่ 2 , นายต่วน เสนีวงศ์ · จำเลย - อยุธยาที่ 3 ,นายแถม ไทยสุวรรณ ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · อมาตย์ · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสารกฤตย์ประไพ · ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา