คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2481
ย่อคำพิพากษา
ในคดีอาญาที่จำเลยอุทธรณ์ทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่ฉะเพาะปัญหาข้อเท็จจริงอย่างเดียวดังนี้ ศาลฎีกาสั่งให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยต่อไป โดยอาศัยประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.131(2) - 243(1) +++
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๓ จำคุกคนละ ๖ เดือน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหากฎหมายด้วยว่า ฟ้องของโจทก์หาว่าจำเลยทำผิดที่ตำบลคลอง ล. แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเหตุเกิดที่ตำบลย่านชื่อ ศาลจะลงโทษจำเลยมิได้ ไม่ปรากฎว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ให้จำเลย ฉะนั้นตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๑๓๑(๒) ซึ่งอนุโลมใช้โดยประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.๑๕ เห็นว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมิชอบด้วยหลักแห่งการชี้ขาดตัดสินคดี ซึ่งต้องตัดสินทุกประเด็นบรรดามี จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์เพื่อให้พิพากษาใหม่ตามประเด็นแห่งคดีที่มีอุทธรณ์ขึ้นมา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2481
อัยยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายเจิม ชลธาร นายแดง ยอดรักษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายเจิม ชลธาร นายแดง ยอดรักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · นิติศาสตร์ · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยรักษ์+++ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา