⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4024/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4024/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอนาจารเป็นความผิดสำเร็จได้แม้เพียงกอดจูบลูบคลำในทางไม่สมควร ส่วนการกระทำชำเราจะสำเร็จเมื่อใช้อวัยวะเพศชายล่วงล้ำอวัยวะเพศหญิง การกระทำชำเราจึงรวมถึงการกระทำอนาจารด้วย.

ย่อคำพิพากษา

การกระทำอนาจารคือการกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศ เพียงแต่กอดจูบลูบคลำ แตะต้องเนื้อตัวร่างกายในทางไม่สมควรก็เป็นความผิดสำเร็จแล้วส่วนการกระทำชำเราจะเป็นความผิดสำเร็จเมื่อใช้อวัยวะเพศของชายบังคับใส่ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของหญิง การกระทำชำเราจึงรวมถึงการกระทำอนาจารอยู่ในตัว โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีโดยผู้เสียหายไม่ยินยอม ขอให้ลงโทษฐานกระทำชำเรา ย่อมหมายความว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารอยู่ด้วยในตัวแม้ไม่ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 ฐานกระทำอนาจารถ้าพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้กอดจูบลูบคลำผู้เสียหาย ก็ย่อมลงโทษฐานกระทำอนาจารซึ่งมีโทษเบากว่าได้ ไม่เกินคำขอ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.279

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 วรรคแรก จำคุก 2 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์จะลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก ไม่ได้เพราะโจทก์มิได้ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารตามมาตราดังกล่าว ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำอนาจารนั้นคือการกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศ เพียงกอดจูบลูบคลำ แตะต้องเนื้อตัวร่างกายในทางไม่สมควรก็เป็นอนาจารแล้ว การกระทำชำเรานั้นรวมถึงการกระทำอนาจารอยู่ในตัว เริ่มแต่กอดปล้ำหญิงแล้วใช้อวัยวะเพศของตนบังคับใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของหญิงล้วนเป็นอนาจารทั้งสิ้นถ้าถึงขั้นอวัยวะเพศของชายล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของหญิงก็เป็นความผิดสำเร็จฐานกระทำชำเรา ถ้าทำแล้วไม่เข้าก็เป็นความผิดฐานพยายามกระทำชำเรา แต่ถ้าไม่ถึงขั้นจ่อหรือดันก็ไม่ถึงขั้นพยายามกระทำชำเรา แม้กระนั้นก็อยู่ในขอบเขตคำว่าอนาจาร เพราะฉะนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำชำเราจึงเป็นปริยายว่าโจทก์ฟ้องจำเลยฐานกระทำอนาจารด้วยในตัว การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี โดยผู้เสียหายไม่ยินยอม ขอให้ลงโทษฐานกระทำชำเราย่อมหมายความว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารอยู่ด้วยในตัวแม้ไม่ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 ฐานกระทำอนาจารถ้าพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้กอดจูบลูบคลำผู้เสียหายศาลย่อมจะลงโทษฐานกระทำอนาจารซึ่งมีโทษเบากว่าได้โดยไม่ถือว่าเกินคำขอ ฯลฯ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4024/2534 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย แฉล้ม โคก เที่ยง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย แฉล้ม โคก เที่ยง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ เล็งไธสง · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · จเร อำนวยวัฒนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา