คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดว่าการโอนทรัพย์สินระหว่างจำเลยกับผู้ร้องเป็นการโอนโดยสมยอมกันหรือไม่ ในการพิจารณาคำร้องขัดทรัพย์ โดยโจทก์ไม่ต้องฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนนั้นก่อน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยึดทรัพย์จำเลย ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่าเป็นทรัพย์ของตนและโจทก์ยืนยันว่าการโอนนั้นทำโดยสมยอมดังนี้ ศาลมีอำนาจจะชี้ขาดว่าได้โอนกันโดยสมยอมหรือไม่ โดยโจทก์มิต้องไปฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนนั้นเสียก่อน
อ้างฎีกาที่ 181/2481
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ชนะความำเลยจึงนำยึดเรือนรายพิพาทเพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่าเรืองรายพิพาทเป็นของตน โจทก์แถลงว่าเรือนรายนี้จำเลยขายให้แก่ผู้ร้องโดยสมยอมเพื่อฉ้อฉลโจทก์
ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ต้องฟ้องให้เพิกถอนการฉ้อฉลเสียก่อนจึงจะยึดได้ เมื่อโจทก์หาได้ฟ้องเช่นนั้นไม่จึงมีคำสั่งให้ถอนการยึดเรือนรายพิพาทคืนให้ผู้ร้องไป
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าในเรื่องที่โจทก์ขอยึดทรัพย์ซึ่งเคยเป็นของจำเลยแต่จำเลยได้โอนขายให้ผู้ร้องและโจทก์ยืนยันว่านิติกรรมการโอนนั้นทำโดยสมยอมเช่นนี้ ฎีกาที่ ๑๘๑/๒๔๘๑ ได้ตัดสินไว้แล้วว่าศาลมีอำนาจที่จะชี้ขาดว่าได้โอนกันโดยสมยอมหรือไม่ โดยโจทก์มิต้องไปฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนนั้นเสียก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสียนั้นชอบแล้วพิพากษายืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2481
นางนวน บุญอยู่ โจทก์
นายผิน นางหวิง คดแก้ว จำเลย
นางพิไชยชาญยุทธ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางนวน บุญอยู่ · จำเลย - นายผิน นางหวิง คดแก้ว · ผู้ร้อง - นางพิไชยชาญยุทธ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสารนัยประสาสน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา