⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1071-1072/2482

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1071-1072/2482

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันแล้ว ศาลย่อมฟังเป็นยุติและไม่ต้องสืบพยานต่อไป * การครอบครองที่ดินมือเปล่าโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ย่อมทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น

ย่อคำพิพากษา

ตามรายงานการพิจารณาของศาลที่จดไว้ เมื่อคู่ความรับกันในประเด็นใดแล้วก็เป็นอันฟังได้ไม่ต้องสืบพะยานอีก เป็นคำรับที่ผูกมัดคู่ความ ที่ดินสวนมะพร้าวซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินแต่อย่างใดเลยนั้น มีผู้บุกรุกเข้ามาครอบครองเพียง 4 - 5 ปี เจ้าขอเดิมยังไม่ขาดกรรมสิทธิ ฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกได้ ที่ดินมือเปล่าซึ่งเป็นที่บ้านที่สวน ถ้าผู้ครอบครองโดยปรปักษ์ได้ครอบครองมาถึง 10 ปีแล้วก็ได้กรรมสิทธิเป็นเจ้าของ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์มีเพียงสิทธิครองครองเท่านั้น เพราะที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน โจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยภายใน ๑ ปี ตาม ประมวลแพ่งฯ มาตรา ๑๓๗๕ คดีขาดอายุความ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งแห่งที่ดินสวนมะพร้าวของโจทก์ จำเลยก็รับว่าฉะเพาะที่วิวาทเป็นสวนที่มีต้นอาสิน โจทก์ได้ที่รายนี้มาก่อนใช้ ประมวลแพ่งฯ จึงใช้กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ บังคับคดีโจทก์ละทิ้งให้จำเลยเข้าครอบครองเพียง ๒ ปีเศษเท่านั้น ยังไม่ขาดอายุความ ทั้งจำเลยก็รับว่าเป็นผู้บุกรุกที่โจทก์ จึงพิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาข้อต้นว่า บุคคลที่ถือที่ดินมือเปล่าอาจมีกรรมสิทธิได้หรือไม่นั้นในเรื่องที่บ้านที่สวนซึ่งราษฎรต่อราษฎรเป็นความกัน ศาลฎีกาได้เคยพิพากษามามากต่อมาเป็นบันทัดฐานว่า ถ้าได้ครอบครองมาโดยปรปักษ์ถึง ๑๐ ปีแล้ว จึงเป็นเจ้าของมีกรรมสิทธิได้ กฎหมายลักษณเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ ก็มีข้อความพออาศัยดังกล่าวแล้วได้ ถึงแม้ประมวลกฎหมายแพ่ง ฯ มาตรา ๑๓๘๒ ก็มีความดังนี้ อนึ่งพ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.๑๒๗ ก็สนับสนุนแก่ผู้ครอบครองเช่นกล่าวนี้ โดยออกโฉนดเป็นพะยานหลักฐานให้ โดยถือว่าเป็นเจ้าของมีกรรมสิทธิ ที่พิพาทมิได้ทำการเพาะปลูกเป็นสวนมะพร้าว จำเลยรับว่าบุกรุกเข้ามาครอบครองเพียง ๔ - ๕ ปี อาศัยฎีกาที่ ๒๒๘/๒๔๘๑ กับกฎหมายลักษณเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ เห็นว่าเจ้าของต้องละทิ้งไปถึง ๙ - ๑๐ ปีจึงจะขาดกรรมสิทธิ โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยได้ จำเลยโต้เถียงว่ารายงานการพิจารณาของศาลจะฟังมัดจำเลยไม่ได้นั้น เห็นว่า เป็นคำรับของจำเลย เมื่อคู่ความรับกันในประเด็นไม่มีข้อโต้เถียงแล้วก็เป็นอันฟังได้ไม่ต้องสืบพะยานต่อไปอีก จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1071 - 1072/2482 พระยามหาอำมาตย์ กับพวก โจทก์ นายบุลัด พฤกษาภาคกับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระยามหาอำมาตย์ กับพวก · จำเลย - นายบุลัด พฤกษาภาคกับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อมาตย · วิเศษ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายศิริ มริลา · ศาลอุทธรณ์ - พระ+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 609/2522ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1131/2502ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532ฎีกา 1816/2534ฎีกา 1077/2532ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1348/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา