คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเบิกเงินค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงโดยทำรายงานอันเป็นเท็จ ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 230 เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิของตนเอง ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นสารวัดศึกษาไปราชการกลับมาแล้วทำรายงานขอเบิกเงินค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเป็นเท็จดังนี้จำเลยไม่มีความผิดตามกฎหมายอาญา ม.230 เพราะการขอเบิกเป็นเงินเช่นนี้เป็นสิทธิของจำเลยไม่ใช่หน้าที่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องว่าจำเลยเป็นสารวัดศึกษานายอำเภอใช้ให้ไปราชการ เมื่อกลับมาจากราชการจำเลยทำรายงานเท็จเบิกค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงต่อนายอำเภอ แต่นายอำเภอรู้สึกเสียก่อนจึงงดเบิกจ่าย ขอให้ลงโทษตาม ม.๒๓๐ และ ๓๐๔-๖๐
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีความผิดตาม ม.๒๓๐
ศาลตัดสินว่ารายงานขอเบิกเงินค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทางเป็นสิทธิของจำเลยที่จะได้รับตามกฎหมาย หาใช่เป็นหน้าที่ดังโจทย์อ้างไม่ จำเลยจึงไม่มีผิดดังโจทย์ฎีกาพิพากษายืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2482
อัยยการกาฬสินธุ์ โจทก์
นายฝิ่น เบญจมาศ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการกาฬสินธุ์ · จำเลย - นายฝิ่น เบญจมาศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · วิเศษ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวิจิตรเนติศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา