คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินมิได้ฟ้องร้องขับไล่ผู้เข้ามาจับจองทับที่ภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการกระทำนั้น ย่อมถือว่าผู้จับจองได้สิทธิครอบครองในที่ดินส่วนที่ถูกทับนั้นแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินมือเปล่ามีเจ้าของภายหลังมีผู้เข้ามาจับจองทับที่นั้น โดยเจ้าของมิได้ฟ้องร้อง เสียภายในกำหนด 1 ปี ผู้จับจองย่อมได้สิทธิ (ครอบครอง)ในที่รายพิพาทนั้น,
พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการครอบครองแทนกัน,
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์จำเลยเคยเป็นสามีภริยากันมาแต่อย่าร้างขาดจากกัน บัดนี้โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ขับไล่อ้างว่าที่รายพิพาทเป็นที่ซึ่ง ก.สามีใหม่ของโจทก์ได้ขอจับจองได้ครอบครองทำมา
ศาลฎีกาตัดสินว่าที่รายพิพาทเป็นที่มือเปล่า แม้จะฟังตามคำพะยานจำเลยว่า ต.ได้ขอจับจองทับที่ของจำเลยก็ตาม เมื่อจำเลยมิได้ฟ้องร้องเสียภายในกำหนด ๑ ปี ก.ก็ย่อมได้สิทธิในที่พิพาทนี้ตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๓๗๕ ที่จำเลยเถียงว่าได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยไม่รู้ว่ามีการจับจองมาตั้ง ๘ ปีโดยโจทก์หรือ ก.มิได้ทักท้วงต้องถือว่าการละทิ้งขาดอายุความนั้นปรากฎว่าโจทก์กับ ก.ได้ย้ายไปปลูกเรือนอยู่ห่างจากที่พิพาทเพียง ๑๐ วา และได้ให้บุตร์เก่าที่เกิดกับจำเลยครอบครองแทนต่อมา จำเลยเข้ามาอยู่ในที่พิพาทรวมกันบุตร์ เช่นนี้เห็นว่าสิทธิครอบครองของโจทก์ยังต่อเนื่องกัน บุตร์โจทก์ออกจากที่พิพาทไปไม่ถึง ๑ ปี โจทก์จึงยังไม่ขาดสิทธิครอบครองและมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2482
นางขวด ยอดไกร โจทก์
นายบุญแก้ว เทพ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางขวด ยอดไกร · จำเลย - นายบุญแก้ว เทพ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายห้วน ประชา+ · ศาลอุทธรณ์ - พระนนทปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา