คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1456/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การอ้างว่าจำเลยได้สิทธิครอบครองที่ดินโดยการสละการครอบครองของบุคคลอื่น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย
2. แม้การได้มาซึ่งสิทธิครอบครองที่ดินจะตกอยู่ในบังคับเงื่อนไขห้ามโอนตามกฎหมาย ผู้มีสิทธิครอบครองย่อมมีสิทธิยึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าว และมีอำนาจฟ้องขอให้ปลดเปลื้องการรบกวนการครอบครองจากบุคคลอื่นได้
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า น.สละการครอบครองและจำเลยทั้งสองเข้าครอบครองที่พิพาทโดยเจตนายึดถือเพื่อตน จำเลยทั้งสองได้สิทธิครอบ-ครองแล้วนั้น ฎีกาประเด็นดังกล่าวจำเลยไม่ได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา249 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
แม้การได้มาซึ่งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์จะตกอยู่ในบังคับตามเงื่อนไขห้ามโอนตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการเกษตร พ.ศ.2511ก็ตาม โจทก์คงมีสิทธิยึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าวได้ ส่วนจะได้กรรมสิทธิหรือไม่เพียง-ใดเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับโจทก์ แต่ราษฎรด้วยกัน โจทก์ย่อมมีสิทธิขอให้ปลดเปลื้องการรบกวนการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1374 ได้ เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ยอมออกจากที่ดินพิพาทอันเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางแพง เจนดง · จำเลย - นายแสวง เนียมรัตน์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวรรค์ ศักดารักษ์ · สมชัย ศิริบุตร · สันติ ทักราล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นางช่อฟ้า เตชะจงจินตนา · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายประชุม ปิติสันต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา