⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 70/2483

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 70/2483

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะลงโทษจำเลยฐานมีน้ำตาลเมาไว้ในครอบครองได้นั้น จะต้องมีการจับกุมผู้กระทำผิดพร้อมของกลาง และนำของกลางมาแสดงต่อศาลเพื่อเป็นพยานวัตถุประกอบการพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์ กล่าวว่า จำเลยทำน้ำตาลเมามีแรงแอลกอล์สามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุราไว้ในความครอบครอง โดยรู้สึกว่าเป็นของผิดกฎหมายและท้ายฟ้องระบุบทขอให้ลงโทษฐานมีด้วยนั้น ศาลลงโทษจำเลยฐานมีน้ำตาลเมาได้ในกรณีที่จับของกลางในเวลาจับตัวผู้กระทำผิดและไม่ได้อ้างของกลางมาเป็นพะยานวัตถุนั้น ไม่อยู่ในบังคับ แห่งมาตรา 101,102,103 และ 242

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.101 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.102 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.103 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.242 พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 ม.38 พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2476 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันทำน้ำตาลเมามีแรงแอลกอฮอล์สามารถใช้ดื่อกินได้ เช่นเดียวกับสุราไว้ในความครอบครองของจำเลยโดยรู้สึกว่าเป็นของผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษตาม กฎหมาย พรบ ภาษีชั้นในจุลศักราช ๑๒๔๘ มาตรา ๓๘ พรบ ภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๔๗๖ มาตรา ๗,๘ กฎหมายลักษณอาญา ม. ๖๓ และริบของกลาง ศาลชั้นต้น พิพากษา ลงโทษจำเลยตาม พรบ ภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๔๗๖ มาตรา ๘ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลย "ทำ" น้ำตาลเมา จะลงโทษ จำเลยฐาน "มี" น้ำตาลเมาไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้อง โจทก์ย่อมเข้าใจได้ว่า โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทำและมีน้ำตาลเมา เพราะฟ้องโจทก์กล่าวว่าไว้ในครอบครองของจำเลยโดยรู้สึกว่าเป็นของผิด กฎหมาย และท้ายฟ้องก็ระบุบทขอให้ลงโทษฐานมีน้ำตาลเมาด้วย จึงลงโทษจำเลยฐานมีน้ำตาลเมาได้ ส่วนที่จำเลย ฎีกาว่าการตรวจจับของกลางและการพิสูตร์แรงแอลกอฮอล์ไม่ได้ปฏิเสธตามประมวล กฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๐๑,๑๐๒, ๑๐๓, ๒๔๒ นั้น เห็นว่า กรณีนี้เจ้าพนักงานจับของกลางได้ขณะจับกุม ไม่ใช่กรณีค้นของกลางและมาตรา ๒๔๒ นั้นเป็นเรื่องอ้างของกลางเป็นพะยานวัตถุซึ่งในคดีนี้มิได้มีการอ้างของกลางมาเป็นพะยานวัตถุ ข้อค้านของจำเลยเป็นอันตกไป จึงพิพากษายืนตาม ศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 70/2483 อัยยการชัยนาท โจทก์ นายโต แซ่ลิ้ม นายเซ่งฮวด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการชัยนาท · จำเลย - นายโต แซ่ลิ้ม นายเซ่งฮวด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · พลางกูร · วิเศษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 19980/2555ฎีกา 2154/2518ฎีกา 2843/2523ฎีกา 1642-1643/2497ฎีกา 144/2485ฎีกา 182/2485ฎีกา 3854/2537ฎีกา 593/2492ฎีกา 837/2503ฎีกา 8867/2554ฎีกา 3175/2545ฎีกา 394/2489ฎีกา 4110/2551ฎีกา 813/2484ฎีกา 1549-1550/2526ฎีกา 217/2496ฎีกา 1683/2500ฎีกา 243/2491ฎีกา 791/2491ฎีกา 1207/2532ฎีกา 624/2492ฎีกา 9296/2546ฎีกา 244/2535ฎีกา 4934/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา