คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 317/2484
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมาย จะกระทำได้ต่อเมื่อทรัพย์สินนั้นได้ถูกใช้ในการกระทำความผิดจริงเท่านั้น.
ย่อคำพิพากษา
กฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมการขายยา 2479 +.
จำเลยประกอบการขายยาแก้ปวดท้องอันเป็นยาซึ่งต้องรับอนุญาตในการขายโดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายดังนี้แม้ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขายยาแล้วก็ตามศาลก็ไม่ริบยาของกลางเพราะจำเลยมิได้ใช้ยานี้ในการทำผิด.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ได้ความว่าจำเลยประกอบการขายยาแก้ปวดท้องชื่อชูจงฮิงอันเป็นยาซึ่งต้องรับอนุญาตในการประกอบการขาย โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขายยา พ.ศ.๒๔๗๙ และริบยาของกลางด้วย
ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขายยา พ.ศ.๒๔๗๙ ม.๑๘,๖ แต่ยาของกลางคืนจำเลย เพราะเห็นว่ามิใช่ของที่มีไว้ผิดกฎหมาย
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบยาของกลางด้วย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่ายามิใช่ทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิดยังไม่ควรริบ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาว่า ตามกฎหมายอาญา ม.๒๘ ศาลต้องริบยาของกลางนี้เพราะจำเลยได้ขายยาอันเป็นความผิด
ศาลฎีกาเห็นว่าตามกฎหมายอาญา ม.๒๘ นั้นให้ริบทรัพย์ซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าการขายเป็นผิด แต่สำหรับคดีนี้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขายยา พ.ศ.๒๔๗๙ ม.๖ ประกอบกับ ม.๑๘ คงได้ความว่า ผู้ใดขายยาโดยไม่ได้รับอ-นุญาตเป็นความผิด ส่วนการขายโดยลำพัง หาเป็นความผิดไม่ ต่อเมื่อมิได้รับอนุญาตจึงเป็นความผิด ฉะนั้นโจทก์จะอาศัยม.๒๘แห่งกฎหมายอาญามาริบของกลางคดีนี้ไม่ได้และในคดีนี้จำเลยก็มิได้ใช้ยาของกลางในการกระทำผิดด้วย จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 317/2484
อัยยการพังงา โจทก์
นายห่อง แซ่จั่น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพังงา · จำเลย - นายห่อง แซ่จั่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา