⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 923/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 923/2484

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งหลอกลวงให้บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเข้าพิธีสมรส โดยมีเจตนาที่จะไม่ทำการสมรสตามกฎหมาย หรือไม่ยอมอยู่กินฉันสามีภรรยา ถือเป็นการกระทำละเมิดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ฝ่ายที่ถูกหลอกลวงได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันหลอกลวงให้โจทก์แต่งงานกับจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 ไม่ยอมอยู่กินด้วย และไม่จดทะเบียนสมรส ทำให้โจทก์ต้องเสียหาย เป็นเรื่องละเมิดทางแพ่ง ไม่ใช่เรื่องเรียกค่าสินสอดคืนตามลักษณะผัวเมียเมื่อไม่ได้ความว่าหลอกลวงศาลต้องตัดสินยกฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1441

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๒ หลอกลวงโจทก์ให้แต่งงานกับจำเลยที่ ๒ แล้วจำเลยที่ ๒ ไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ โจทก์ต้องเสียเงินสินสอดให้จำเลยที่ ๑ ไป ๑๑๒ บาท และเสียหายต่อชื่อเสียงของโจทก์อีกคิดเป็นเงิน ๑๐๐ บาท ขอให้จำเลยรับผิด ศาลแขวงธนบุรีพิพากษาว่าการสมรสตามประเพณีนิยมได้มีขึ้นแล้ว แต่จำเลยที่ ๒ ไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรสโจทก์จึงควรได้รับเงินสินสอดคืน ส่วนเงินค่าขันหมากและค่าเลี้ยงแขกได้จ่ายไปตามประเพณี และโจทก์ได้รับผลตอบแทนเพราะมีการสมรสแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิได้คืน และเรื่องค่าเสียหายก็ไม่ได้ความว่าโจทก์ต้องเสียหายอย่างไร จึงไม่ควรได้รับค่าเสียหายตามขอ พิพากษาให้จำเลยจัดการทะเบียนสมรสกับโจทก์ ถ้ามิฉะนั้นก็ให้คืนเงินสินสอด ๑๑๒ บาทให้โจทก์ โจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่โจทก์ได้ตกลงแต่งงานกับจำเลยที่ ๒ นี้ ไม่ได้ความว่าเป็นเพราะจำเลยทั้ง ๒ ได้หลอกลวงโจทก์แต่อย่างใดกรณีอาจเป็นว่าจำเลยที่ ๒ บังเกิดความไม่พอใจขึ้นในภายหลังจากได้แต่งงานแล้วก็ได้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยอาศัยประมวลแพ่ง ฯ บรรพ ๕ ว่าด้วยการสมรสนั้นเป็นวินิจฉัยนอกฟ้อง เพราะโจทก์ฟ้องอ้างเหตุว่าจำเลยหลอกลวงให้โจทก์แต่งงานเป็นละเมิดทำให้โจทก์เสียหาย จึงพิพากษากลับศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๒ ได้สมคบกันใช้อุบายหลอกลวง ฉ้อฉลให้โจทก์หลงเชื่อทำการสมรสกับจำเลยที่ ๒ และโจทก์ได้รับความเสียหายในการที่ถูกจำเลยทั้ง ๒ หลอกลวงเป็นเรื่องละเมิดในทางแพ่ง ไม่ใช่เรื่องเรียกค่าสินสอดคืน และโจทก์สืบถึงสาเหตุที่แสดงว่ามีการหลอกลวงไม่ได้ จึงไม่มีทางชะนะคดี และไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยถึงเงินที่โจทก์เรียกว่าเป็นค่าสินสอดตามลักษณะผัวเมียซึ่งเป็นการนอกประเด็น พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 923/2484 นายซิง แซ่กี้ โจทก์ นางซาจู แซ่อื้อ ที่ 1 นางเซียมลั้ง แซ่อื้อ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายซิง แซ่กี้ · จำเลย - นางซาจู แซ่อื้อ ที่ 1 นางเซียมลั้ง แซ่อื้อ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลางกูร · นิติศาสตร์ · ทิพปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - พระไพฑูรย์ + · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ปริญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา