คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษาเพิกถอนสัญญาสละสิทธิและรับเงินระหว่างผู้ร้องกับจำเลย เนื่องจากเห็นว่าเป็นการสมยอมกันนั้น ไม่เป็นการเกินคำขอท้ายฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ร้องคัดค้านการยึดทรัพย์เมื่อได้ความว่าสัญญาสละสิทธิและรับเงินระหว่างผู้ร้องกับจำเลยเป็นการสมยอมกันศาลย่อมพิพากษาให้เพิกถอนสัญญานั้นได้ ไม่เป็นการเกินคำขอ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้เป็นชั้นขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นไต่สวนได้ความว่าจำเลยได้ทำสัญญายอมสละสิทธิในทรัพย์หมายเลข ๑-๒ โดยส่วนเป็นราคาเงิน ๑๐๐๐ บาทให้ผู้ร้อง ผู้ร้องก็ได้ทราบเหตุการณ์ระหว่างโจทก์จำเลยอยู่ดีแล้ว จึงเห็นการสมยอมกัน มีคำสั่งให้เพิกถอนสัญญาสละสิทธิของจำเลยกับผู้ร้องนั้นเสีย ให้ยึดทรัพย์หมายเลย ๑-๒ ได้ฉะเพาะส่วนที่เป็นของจำเลย ๑๐๐๐ บาท ส่วนหมายเลข ๓ ให้ถอนการยึดให้ผู้ร้องไป
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ได้ความตามข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมาว่า สัญญาสละสิทธิและรับเงินระหว่างจำเลยกับผู้ร้องเป็นการสมยอมกัน เป็นเหตุให้เจ้าหนี้เสียเปรียบศาลย่อมสั่งให้เพิกถอนสัญญานั้น และให้ยึดทรัพย์อันเป็นส่วนของจำเลยได้ จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2485
นางทองมี พรหมนารถ โจทก์
นายบุญทม นายมาลา นายบุญ จ.ล หลวงขันธทัตบำรุง ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองมี พรหมนารถ · ผู้ร้อง - นายบุญทม นายมาลา นายบุญ จ.ล หลวงขันธทัตบำรุง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · ธรรมบัณฑิต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสถิด ร่มไม้+ · ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา