⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 369/2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2485

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเป็นเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าการกระทำนั้นไม่เกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็นแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ.

ย่อคำพิพากษา

การกระทำที่เป็นการป้องกันตัวและทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ. ราษฎรมีอำนาจไล่ตามจับผู้ร้ายลักกระบือซึ่งหนีไปต่อหน้าและยิงต่อสู้ผู้ร้ายซึ่งยิงมายังตนในขณะไล่จับได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.50 กฎหมายลักษณะอาญา ม.53 กฎหมายลักษณะอาญา ม.259 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าผู้ตายกับพวกมีปืนและตะบองเป็นผู้ร้ายมาไล่ต้อนกระบือของจำเลยที่ ๑ ไปจำเลยทั้งสามกับพวกได้พากันออกติดตามจำเลยมีปืนคนละกะบอก ตามทันผู้ตายกับพวกขณะกำลังพากระบือไป พวกผู้ตายคนหนึ่งมีปืนยาว อีก ๒ คนถือไม้ คนร้ายที่มีปืนได้ยิงมาก่อน ๑ นัด แล้วทิ้งกระบือพากันวิ่งหนีจำเลยทั้งสามได้ยิงตอบไปถูกคนคนหนึ่งคือนายลีล้มลงนอนตายอยู่ จำเลยวิ่งไล่กวดคนร้ายอีกสองคนต่อไป คนร้ายยิงมาอีก ๑ นัด จำเลยยิงพลางไล่ไปพลาง กะสุนปืนถูกคนร้ายอีกคนหนึ่ง คือนายยนตร์ล้มลงตาย จำเลยจึงหยุดไล่โดยเหนื่อย พวกจำเลยไม่บาดเจ็บและได้กระบือที่ผู้ร้ายลักไปคืน ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้ตายเป็นผู้ร้ายพาเอากระบือไป จำเลยได้ติดตามทรัพย์และใช้อาวุธปืนยิงโดยผู้ร้ายยิงมาก่อน ๑ นัด แล้วก็ทิ้งกระบือวิ่งหนีไป การป้องกันทรัพย์ของจำเลยเป็นอันหมดไปแล้ว กระบือคงอยู่ที่นั้นไม่ไปไหน แต่จำเลยกับพวกยังไล่ยิงตามไปอีก การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฏหมายอาญามาตรา ๒๔๙,๕๓,๕๙, จำคุก ๑ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ยืนตาม จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุแต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าไม่เป็นการป้องกันอย่างไรเลย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยได้ เห็นว่าการกระทำของจำเลยในตอนต้นเรียกได้ว่าเป็นการป้องกันตัวและทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ เพราะผู้ร้ายยิงมาก่อน ถือได้ว่าจำเลยตกอยู่ในที่อันตรายและเป็นการจวนตัว จำเป็นต้องป้องกันแล้ว ส่วนในตอนที่ ๒ ที่ผู้ร้ายทิ้งกระบือวิ่งหนีไปแล้ว ทางพิจารณาได้ความชัดว่าจำเลยมิได้ไล่ยิงผู้ร้าย ต่อเมื่อผู้ร้ายกลับยิงต่อสู้มายังจำเลยอีก จำเลยจึงจำเป็นต้องยิงป้องกันตัวไปบ้าง แล้วไปถูกผู้ร้ายตายอีกคนหนึ่ง การกระทำในตอนนี้ถึงจะไม่เป็นการป้องกันทรัพย์ก็เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ เพราะจำเลยไม่ได้ไล่ตามยิง ไล่ตามจับต่างหาก ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๗๙ จำเลยมีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดในกรณีเช่นนี้ได้ เมื่อไล่ตามจับผู้ร้ายกลับยิงมาอีก จำเลยก็ยิงป้องกันตัวได้ ไม่เรียกว่าเกินสมควรแก่เหตุ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2485 อัยยการนครสวรรค์ โจทก์ นายท้าว จตุระทิสที่ 1 นายแก้ว บัวหลวงที่ 2 นายที บัวหลวงที่3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการนครสวรรค์ · จำเลย - นายท้าว จตุระทิสที่ 1 นายแก้ว บัวหลวงที่ 2 นายที บัวหลวงที่3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภัทรนาวิก · นิติศาสตร์ · ทิพปัญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2229/2515ฎีกา 1348/2496ฎีกา 143/2486ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1442/2498ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 628/2493ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 621/2494ฎีกา 404/2497ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา