คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2485
ย่อคำพิพากษา
ผู้อยู่ในวงเล่นการพะนันกฎหมายสันนิษฐานว่าเป็นผู้เล่นด้วย เมื่อสืบแก้ตัวไม่ได้ ต้องมีผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.6 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.12
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักเล่นการพะนันโปปั่นเอาทรัพย์สินกันโดยมิได้รับอนุญาตโดยจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าสำนักและเล่นด้วย ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพะนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๑๒ จำคุกคนละ ๒ เดือน ปรับคนละ ๓๐๐ บาท
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๕ และที่ ๖ ยังมีเหตุสงสัย จึงให้ยกฟ้องโจทก์ นอกนี้คงพิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคำพะยานโจทก์มีน้ำหนักและเหตุผลดีกว่าฝ่ายจำเลย และตามพระราชบัญญัติการพะนัน ๒๔๗๘ มาตรา ๖ ให้สันนิษฐานว่าผู้อยู่ในวงเล่นการพะนันเป็นผู้เล่นด้วย ดังนั้นจำเลยที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ จึงต้องข้อสันนิษฐานว่า เป็นผู้เล่น เมื่อจำเลยเหล่านี้นำสืบแก้ตัวไม่ได้ ก็ต้องชี้ขาดว่าเป็นผู้เล่น จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2485
อัยยการชลบุรี โจทก์
นางเชยไบงาม นายไปล่จันทา นายแปลงสิริ นายผ่องทับทิมทอง นายเสิม ไบงาม
นางสาวรอดไบงาม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชลบุรี · ไบงาม - นางเชยไบงาม นายไปล่จันทา นายแปลงสิริ นายผ่องทับทิมทอง นายเสิม · จำเลย - นางสาวรอดไบงาม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์ · ว.จ. นิติสาตรไพสาล · อ.ภัทร. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยพาทมัยพิจิตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระสารนิติปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา