คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 593/2486
ย่อคำพิพากษา
กรนีปรากตว่าเปนคดีวิวาททำร้ายซึ่งกันและกัน เมื่อได้ความว่าจำเลยเปนผู้ทำร้ายก็ลงโทสจำเลยได้ (อ้างดีกาที่ 698/2485.)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็ดจิงได้ความว่า เจ้าทุขกับที่+ซึ่งเคยเปนภรรยาจำเลยแต่ทิ้งกันไปแล้วได้ไปดูหนังที่บ้านนายไจ จำเลยได้มานั่งดูหนังหยู่ไกล้ ๆ กับที่สาวของเจ้าทุขแล้วพูดล้อที่สาวเจ้าทุขต่อหน้าประชุมชน จำเลยกับเจ้าทุขจึงเกิดทำร้ายกันขึ้นโดยจำเลยไช้ขวานตี+ และพันหน้าเจ้าทุขมีบาดแผล ๓ แห่งรักสาประมาน ๑๕ วันหายไม่ถึงอาหัส เจ้าทุขไช้ไม้ตีจำเลยฟกช้ำ ๒ แห่ง
สาลชั้นต้นพิจารนาแล้วพิพากสายกฟ้องโจท
โจทอุธรน์ สาลอุธรน์เห็นว่าถึงหากจะฟังเปน+วิวาท จำเลยก็มีความผิดตาม ม. ๒๕๔ ตามนัยคำพิพากสาดีกาที่ ๖๙๖/๒๔๘๕ จึงพิพากสาไห้จำคุกจำเลย ๘ เดือน
จำเลยดีกาว่าเมื่อเปนกรนีวิวาทแล้วจะลงโทสจำเลยหาได้ไม่ เพราะฟ้องโจทมิได้กล่าวดังนั้น สาลดีกาเห็นว่า คดีชนิดนี้สาลดีกาได้พิพากสาเปนบันทัดถานมาแล้วว่าแม้จะเปนคดีวิวาททำร้ายซึ่งกันและกัน เมื่อได้ความว่าจำเลยเปนผู้ทำร้ายก็ลงโทสจำเลยได้ จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 593/2486
อัยการประจวบคีรีขันธ์ โจท
นายจาง ปานสุวรรน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจท - อัยการประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายจาง ปานสุวรรน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · ชม จามรมาน · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายชิต บุนยประนัสสร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวิท นาทปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา