คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 62/2486
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าทรัพย์เป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินที่ถูกลักไปทั้งหมด ย่อมถือไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในระหว่างพิจารณาแตกต่างจากฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ได้ความว่าจำเลยลักควายไป 3 ตัว แต่ปรากฏว่าเป็นควายของเจ้าทุกข์ 2 ตัว อีกตัวหนึ่งเป็นของผู้อื่นเช่นนี้ เมื่อเจ้าทุกข์เป็นผู้ครอบครองควายนั้นทั้ง 3 ตัว ย่อมถือไม่ได้ว่าทางพิจารณาต่างกับฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สาลอุธรน์พิพากสายืนตามสาลขั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๙๖
จำเลยดีกาว่า โจทฟ้องว่าจำเลยลักควายของนายเปลวไป ๓ ตัว แต่ตามคำพยานโจทกลับได้ความว่า ควายที่หายเปนของนายเปลงวเพียง ๒ ตัว อีกตัวหนึ่งเปนของผู้อื่น ซึ่งนายนวมพยานโจทเปนผู้ยืมมาไข้ ,ข้อเท็ตจิงที่ได้ความตามทางพิจารนาจึงต่างกับฟ้อง สาลควนยกฟ้อง หรือลงโทสจำเลยเพียงถานลักควายของนายเปลว ๒ ตัวตามมาตรา ๒๙๔.
สาลดีกาเห็นว่า ควายตัวที่นายนวมยืมมาไช้กับน่อยเปลวนั้นหยู่ไนความครอบครองของนายเปลว จำเลยลักไปพร้อมกับความอีก ๒ ตัวของนายเปลว จำเลยก็ต้องมีผิดตามฟ้องว่า จำเลยลักความของนายเปลวไปทั้ง ๓ ตัว จะว่าทางพิจารนาต่างกับฟ้องหาได้ไม่ หรือว่าจำเลยลักความของนายเปลวเพียง ๒ ตัวหาได้ไม่ จึงพิพากสายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 62/2486
อัยการสิงห์บุรี โจทก์
นายไปล่ เขาแก้ว ที่ 1 นายเผื่อน ไจดี ที่ 2 นายเปีย ปานทอง ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสิงห์บุรี · จำเลย - นายไปล่ เขาแก้ว ที่ 1 นายเผื่อน ไจดี ที่ 2 นายเปีย ปานทอง ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชม จามรมาน · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา