⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 871/2486

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2486

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างทนายความที่ตกลงให้แบ่งส่วนจากทรัพย์สินที่พิพาทกันเป็นค่าสินไหมทดแทน ถือเป็นโมฆะตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจ้างว่าตามตกลงกันว่าเมื่อเรียกร้องเงินแสนบาท จะไห้ค่าจ้างสองหมื่นถือเปนหลักคำนวนตามมากน้อยตามส่วนที่จะได้ดังนี้ถือว่าเปนข้อสัญญาแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์ที่พิพาทขัดต่อ พ.ร.บ.ทนายความ ม. 12(2) ย่อมเปนโมคะ และจะฟ้องเรียกค่าจ้างตามสมควนไม่ได้ด้วย พ.ร.บ. ทนายความ ม. 12(2) นั้นแยกได้เปน 2 กรนี คือปลูกความโดยหามูลมิได้หย่าง 1 และแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์พิพาทอีกหย่างหนึ่งและทั้งสองหย่างนี้เปนเรื่องขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน สัญญาจ้างว่าความตกลงกันว่าค่าทนายที่สาลตัดสินไห้ ยอมไห้เปนของทนายไนกรนีถอนฟ้องฯลฯ ดังนี้ ถ้าไม่ได้ถอนฟ้องทนายจะฟ้องไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.135 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.576 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยจ้างโจทเปนทนายโดยมีข้อสัญญาว่า "ผู้จ้างยอมไห้เรียกค่าจ้างไนการที่จะเรียกร้องส่วนได้ของผู้จ้างจากวงมรดกของหลวงนครฯ คิดเปนหลักคำนวนว่า เมื่อเรียกร้องเปนเงินแสนบาท จะยอมไห้ค่าจ้างสองหมื่นบาท ทั้งนี้ถือเปนหลักอนุโลม ตามมากน้อยตามส่วนที่จะได้ หากเรียกร้องไม่ได้ด้วยประการได ๆ ผู้จ้างจะไม่จ่ายค่าจ้างแก่ผู้รับจ้างเลย" และไนสัญญาข้อต่อไปมีว่า ถ้ามีการถอนฟ้องยอมความหรือโอนคดีไห้ผู้อื่นว่าความแทนโดยไม่ได้รับความยินยอมของโจทจำเลยยอมไห้ค่าทนายที่สาลตัดสินไห้แก่โจท คดีได้ความต่อไปว่า โจทได้ว่าความไนคดีที่จ้างกันนั้นจนชนะ ได้รับทรัพย์เปนราคาแสนบาทจำเลยไม่ไห้ค่าจ้าง โจทจึงฟ้องเรียกค่าทนาย ๒ จำนวนนั้น คือจำนวนแรกสองหมื่นบาท จำนวนที่สอง ๒๕๐๐ บาท ซึ่งสาลตัดสินไห้จำเลยไนคดีก่อนไช้เปนค่าทนายแทนโจทไนคดีนั้น สาลแพ่งเห็นว่าข้อสัญญาขัดต่อ พ.ร.บ.ทนายความ พ.ส. ๒๔๗๗ มาตรา ๑๒(๒) จึงคงพิพากสาไห้จำเลยไช้ค่าทนายเพียง ๒๕๐๐ บาท โจทจำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสายกฟ้องทั้งหมด โจทดีกา สาลดีกาวินิฉัยว่า สัญญาจ้างว่าความข้อแรกเปนเรื่องโจทมีสิทธิแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เปนมูบพิพาทเปนการขัดต่อพ.ร.บ. ทนายความ ม. ๑๒(๒) ตามมาตรานี้แยกข้อความเปน ๒ ตอนคือปลุกความโดยหามูลมิได้หย่าง ๑ แบ่งเอาส่วนจากทรัพย์ที่พิพาทอีกหย่างหนึ่ง ไม่ไช่ว่าจะต้องประกอบกันทั้งสองหย่างและเรื่องทั้งสองหย่างนี้เปนการผิดร้ายคล้ายคลึงกันกดหมายจึงห้ามไม่ไห้ทำทั้งนี้มุ่งถึงความสงบเรียบร้อยของประชาชนเปนที่ตั้ง จึงเปนเรื่องขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และโจทจะขอไห้จำเลยไช้ค่าจ้างเปนจำนวนเงินตามสมควนไห้แก่โจทไม่ได้เพราะสัญญาจ้างขัดต่อความสงบก็เท่ากับไม่มีสัญญาจ้าง และการงานที่จำเลยทำไห้โจทก็เนื่องมาจากวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและสีลธัมอันดีนั่นเอง โจทจึงเรียกค่าจ้างหย่างหนึ่งหย่างไดดังกล่าวนั้นไม่ได้ ส่วนเงิน ๒๕๐๐ บาทโจทไม่ควนได้เพราะโจทจะได้ก็ต่อเมื่อเข้าข้อสัญญาที่กล่าวนั้นจึงไม่ต้องพิจารนาว่าสัญญาข้อนี้จะเปนโมคะหรือไม่ จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2486 นายสุย +สุวรรน โจท นายกิมเม้ง นครจีนวิจารน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจท - นายสุย +สุวรรน · จำเลย - นายกิมเม้ง นครจีนวิจารน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชม จามรมาน · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ท. ไชยภัต · ศาลอุทธรณ์ - นายมนูภันย์หลีละเมียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 142/2492ฎีกา 1492/2528ฎีกา 3562/2527ฎีกา 591/2531ฎีกา 5753/2531ฎีกา 2036/2542ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 2908/2523ฎีกา 548/2522ฎีกา 793/2507ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 158/2509ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2794/2526ฎีกา 3024/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 601/2537ฎีกา 3053/2527ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา