คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 596/2487
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้ภายหลังเจ้าของที่ดินจะชนะคดีพิสูจน์สิทธิในที่ดินที่ถูกโฉนดทับซ้อน แต่สิทธิของผู้รับจำนองซึ่งรับจำนองจากผู้มีชื่อในโฉนดโดยสุจริตนั้นไม่เสียไป ผู้รับจำนองยังคงมีสิทธิยึดทรัพย์เพื่อชำระหนี้จำนองได้
ย่อคำพิพากษา
โฉนดทับที่ผู้อื่นบุคคลพายนอกได้รับจำนองไว้จากผู้มีชื่อไนโฉนดโดยสุจริตแม้พายหลังเจ้าของที่ชนะความผู้มีชื่อไนโฉนดแล้วก็ไม่ทำไห้สิทธิของผู้รับจำนองเสียไป คงยึดทรัพย์เพื่อชำระหนี้จำนองได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า นางซัง นิซังเปนสามีนางเขียวจำเลยเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๔๘๑ นางซังจำนองที่ดินโฉนดที่ ๒๕๘๔ ไว้กับโจท ครั้นต่อมาเมื่อ พ.ส.๒๔๘๒ นายซังเปนโจทฟ้องผู้ร้องกับพวกเปนจำเลยขอไห้ขับไล่ออกจากที่ดินโฉนดที่ ๒๕๘๔ สาลตัดสินว่านายซังได้โฉนดทับที่ที่จำเลยครอบครองมา ไม่มีกัมสิทธิไนที่นั้น คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมานายซังตาย โจทฟ้องบังคับจำนองจากจำเลยซึ่งเปนภรรยานายซัง จำเลยได้ทำสัญญาปรานีปรานอมยอมความไช้ต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจท แล้วไม่ชำระ โจทนำยึดที่ดินโฉนดที่ ๒๕๘๔ เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ ผู้ร้องจึงร้องขัดทรัพย์เปนคดีนี้
สาลชั้นต้นพิพากสาว่า โจทไม่มีอำนาดยึดที่ดินของผู้ร้องได้ คดีไม่เข้าข้อบัญญัติตามประมวนกดหมายแพ่งและพานิชมาตรา ๑๒๙๙ ไห้ถอนการยึน
สาลอุธรน์เห็นว่า คดีฟังได้ชัดว่าโจทได้เสียค่าตอบแทนคือรับจำนองที่รายนี้ไว้จากสามีจำเลยโดยสุจริตแล้วก่อนที่สามีจำเลยแพ้ความผู้ร้อง แม้ผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินรายนี้ตลอดมาก็จิง แต่หาได้จดทเบียนสิทธิของตนไม่ รูปคดีเข้าบทมาตรา ๑๒๙๙ วัค ๒ ฉนั้นผู้ร้องจะยกขึ้นเปนข้อต่อสู้สิทธิของโจทซึ่งเปนบุคคลพายนอกไม่ได้ จึงพิพากสาไห้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย
ผู้ร้องดีกา สาลดีกาเห็นว่าการจดทเบียนการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นจะถือว่าเปนโมคะหย่างเช่นนิติกัมไม่ได้ การจดทเบียนนั้นจะต้องคงหยู่เสมอไปจนกว่าจะได้ถูกเพิกถอนไนกรนีเรื่องนี้ ทเบียนกัมสิทธิที่นายซังได้จดไว้ยังหาได้ถูกเพิกถอนไปโดยประการไดไม่ และหย่างไรก็ดีโจทเปนผู้ได้สิทธิจำนองโดยเสียค่าตอบแทนไนที่ดินนั้นโดยสุจริตและได้จดทเบียนสิทธิไว้โดยสุจริตแล้ว ก่อนแต่ที่สาลจะพิพากสาว่านายซังไม่มีกัมสิทธิ โจทย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้ร้องซึ่งเปนแต่เพียงผู้ครอบครองที่ดินนั้นหยู่ ผู้ร้องจะยกการครอบครองมือเปล่าขึ้นต่อสู้บุคคลพายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและได้จดทเบียนสิทธินั้นโดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ แม้ผู้ร้องจะได้สิทธิครอบครองหรือกัมสิทธิไนที่ดินนั้นมาแล้วผู้ร้องก็ยังหาได้จัดการไนทางทเบียนไม่เลย กรนีต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา ๑๒๙๙ ดังสาลดีกาได้พิพากสาเปนแบบหย่างไว้แล้ว ไนคำพิพากสาสาลดีกาที่ ๑๐๗๖/๒๔๗๙ จึงพิพากสายืนตามคำพิพากสาสาลอุธรน์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 596/2487
นางฉลวย จเรินวัธน์ โจท
นางเขียว นิซัง จำเลย
นางไย กลิ่นหอม ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจท - นางฉลวย จเรินวัธน์ · จำเลย - นางเขียว นิซัง · ผู้ร้อง - นางไย กลิ่นหอม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · คง อิสรภักดี · เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | นายมนี ชูติวงส์ · นายนิติกรน์ ทุม+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา