คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2487
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่อุดหนุนเจ้าพนักงานให้กระทำความผิด ย่อมมีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเจ้าพนักงาน
ศาลชั้นต้นสามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดได้ แม้ในคำฟ้องจะกล่าวหาว่าเป็นตัวการ โดยไม่ถือว่าเป็นการนอกคำขอ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่เปนราสดรทำการอุดหนุนแก่จำเลยทีเปนเจ้าพนักงานตำหรวดกะทำความผิดตาม ม.136 นั้นย่อมมีความผิดถานเปนผู้สมรู้ด้วยเจ้าพนักงาน
ฟ้องที่กล่าวว่าจำเลยเปนตัวการกะทำผิด แต่ทางพิจารนาได้ความว่าจำเลยเปนผิดแต่เพียงถานสมรู้นั้นสาลลงโทสได้ไม่นอกคำขอ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เปนราสดร จำเลยที่ ๒-๓ เปนพลตำหรวดสุขาภิบาลสมคบกันขู่เข็นผู้เสียหายไห้ส่งเงินไห้แก่จำเลย ๔๐ บาท ผู้เสียหายมีความกลัวจึงสัญญาจะไห้เงินแก่จำเลย ต่อมาจำเลยที่ ๑ มารับเงินจากผู้เสียหายไป ๒๐ บาท ขอไห้ลงโทส
ได้ความว่าผู้เสียเปนผู้จัดการร้านขายหมูหยู่ข้างตลาดบางรัก ก่อนเกิดเหตุเรื่องนี้ไม่กี่วันจำเลยที่ ๒ จับลูกจ้างของร้านขายหมูนี้ ๒ ครั้งโดยหาว่าผิดเทสบัญญัติและถูกปรับทั้งสองครั้ง หลังจากจับครั้งที่ ๒ จำเลยที่ ๒ พูดกับผู้เสียหายว่าถ้าจะไม่ไห้มีการจับกุมก็ขอไห้ขึ้นแก่จำเลยโดยไห้เงินแก่จำเลยเปนรายปี เมื่อตรุสจีน ๒๐ บาท สาดจีน ๒๐ บาท ผู้เสียหายกลัวจึงรับปากคำจะไห้เงินตามกำหนดนั้น ๆ วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๓ บอกผู้เสียหายไห้ไปพบกับจำเลยที่ ๒ เพื่อเรียกเอาเงิน วันที่ ๑๖ เดือนโจทพาผู้เสียหายพบจำเลยที่ ๑-๒ ที่ร้ายกาแฟ จำเลยที่ ๒ เรียกเอาเงิน ผู้เสียหายพลัดไปตอนบ่าย แล้วจำเลยที่ ๒ จะไห้จำเลยที่ ๑ ไปรับเงินพอถึงกำหนดผู้เสียหายมอบเงิน ๒๐ บาทไห้จำเลยที่ ๑ ไป
สาลชั้นต้นพิพากสาว่าจำเลยที่ ๒-๓ มีความผิดตามกดหมายลักสนะอาญามาตรา ๑๓๖ จำเลยที่ ๑ ผิดถานกันโชกตามมาตรา ๓๐๓
สาลอุธรน์เห็นว่าจำเลยที่ ๑ เพิ่งเข้ามาเกี่ยวข้องไนคดีเมื่อวันที่ ๑๖ ซึ่งไนวันนั้นไม่มีการขู่เข็น ยังไม่มีความผิดถานกันโชก แต่จำเลยที่ ๑ ได้ช่วยเหลือจำเลยที่ ๒ และรู้เห็นถึงการทุจริตเรื่องนี้ด้วย จึงเปนผู้สมรู้กับจำเลยที่ ๒-๓ มีความผิดตามมาตรา ๑๓๖, ๖๕.
จำเลยที่ ๑ ดีกา สาลดีกาเห็นว่าเมื่อมีผู้กะทำการอันกดหมายบัญญติว่าเปนความผิดอาญาแล้ว ผู้ที่กะทำการอุดหนุนแก่ผู้กะทำด้วยประการหนึ่งประการไดดังกล่าวไว้ไนมาตรา ๖๕ แห่งกดหมายลักสนะอาญาแล้ว ผู้นั้นก็เปนผู้สมรู้ด้วยผู้กะทำผิดไม่มีบทบัญญัติไดว่าถ้าผู้กะทำผิดเปนเจ้าพนักงานแล้ว ราสดรผู้อุดหนุนเจ้าพนักงานผู้กะทำผิดต้องยกเว้นมิไห้เปนผู้สมรู้ และไม่เปนการตัดสินเกินคำขอ เพราะโจทบันยายฟ้องโดยชัดเจนว่าจำเลยทั้งสามสมคบกันกะทำผิดกดหมายฟ้องที่กล่าวอ้างการกะทำอันเดียวว่าเปนการสมคบนั้น เมื่อกัมนั้นผิดแต่เพียงถานสมรู้ สาลก็ย่อมลงโทสได้ จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2487
พนักงานอัยการ โจท
นายเยอทวรเกียรติ, พลตำหรวดบุนยง ส.ต.ต.อาบ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจท - พนักงานอัยการ · จำเลย - นายเยอทวรเกียรติ, พลตำหรวดบุนยง ส.ต.ต.อาบ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · จำรูญ โปษยานนท์ · จำรูญ โปษยานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา