คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2488
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้มอบที่ดินมือเปล่าให้แก่เจ้าหนี้เพื่อทำกินเป็นการต่างดอกเบี้ย และตกลงให้ที่ดินหลุดเป็นสิทธิของเจ้าหนี้หากผิดนัดชำระหนี้ เมื่อครบกำหนดแล้วลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ย่อมได้สิทธิครอบครองในที่ดินนั้น แต่หากเจ้าหนี้ฟ้องขอให้โอนกรรมสิทธิ์หรือใช้ราคา ศาลจะบังคับให้ชำระราคาแทนการโอนกรรมสิทธิ์
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์เอาที่ไม่มีหนังสือสำคัญมอบทำต่างดอกเบี้ย จำเลยไม่ใช้เงินตามสัญญา โจทก์ได้ใช้สิทธิครอบครองเป็นเจ้าของโดยสงบมาเกิน 1 ปีแล้วจึงขอบังคับจำเลยทำสัญญาขายหรือใช้ราคา ดังนี้ฟ้องเป็นการกล่าวพฤตติการณ์ที่เป็นจริง จึงไม่ขัดกับคำขอบังคับท้ายฟ้อง ศาลรับตัดสินตามคำขอได้.
ทำสัญญากันเองมีข้อความว่า "เงินที่กู้จะใช้ใน 1 ปีนับแต่วันทำสัญญาที่นาเป็นกรรมสิทธินั้น" แปลว่าเมื่อพ้น 1 ปีแล้วไม่ชำระเงินก็ให้ที่นาเป็นกรรมสิทธิแก่เจ้าหนี้ เมื่อครบ 1 ปี ลูกหนี้ไม่ชำระเงินก็ถือว่าเจ้าหนี้ได้สิทธิครอบครองในที่ดิน อ้างฎีกาที่ 859/81
ในกรณีที่ลูกหนี้มอบที่ดินมือเปล่าให้ทำต่างดอกเบี้ยและยอมให้หลุดเป็นสิทธิเมื่อไม่ชำระเงินภายในกำหนดนั้นเมื่อที่หลุดเป็นสิทธิแล้วเจ้าหนี้มาฟ้องขอให้โอนหรือใช้ราคา ศาลย่อมไม่บังคับให้โอน แต่บังคับไว้ด้วยว่าถ้าจำเลยไปโอนขายแก่คนอื่นก็ให้จำเลยใช้ราคา.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์เอาที่ไม่มีหนังสือสำคัญมอบทำต่างดอกเบี้ย จำเลยไม่ใช้เงินตามสัญญา โจทก์ได้ใช้สิทธิครอบครองเป็นเจ้าของโดยสงบตลอดมาเกิน ๑ ปีแล้ว จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยไปทำสัญญาโอนขายกรรมสิทธิให้แก่โจทก์หรือใช้ราคา
ในหนังสือสัญญาข้อ ๓ มีความว่า "ในจำนวนเงินซึ่งข้าพเจ้ากู้ไปนี้ ข้าพเจ้าจะนำมาใช้ให้ท่านเสร็จในกำหนด ๑ ปีนับแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป ที่นาเป็นกรรมสิทธิ"
ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามข้อ ๓ แห่งหนังสือสัญญานี้หมาความว่า เมื่อพ้น ๑ ปีไม่ชำระเงินก็ให้นาเป็นสิทธิแก่โจทก์เมื่อไม่ชำระที่นาตกแก่โจทก์ตามสัญญา พิพากษาให้โจทก์ชะนะคดี
ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยแต่เห็นต่อไปว่าสัญญาเป็นโมฆะเพราะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แม้โจทก์อ้างว่าครอบครองก็ดี แต่คำขอท้ายฟ้องขอให้จำเลยทำสัญญาโอนขายให้ จึงขัดกัน จึงบังคับให้ไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในการแปลข้อความในสัญญาข้อ ๓ ตามที่ศาลล่างวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว แต่เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินโจทก์ก็ได้ครอบครองตลอดมาโดยถือเป็นเจ้าของดังนี้ โจทก์ได้สิทธิครอบครองเนื่องจากอาศัยสัญญากู้แล้ว ตามนัยฎีกาที่ ๘๕๙/๘๑ มิใช่ว่าโจทก์ครอบครองโดยสิทธิยึดหน่วงทำต่างดอกเบี้ย และตามฟ้องของโจทก์ที่กล่าวนั้นเป็นการบรรยายพฤตติการณ์ที่เป็นจริงไม่ขัดกัน จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองโดยไม่ต้องบังคับจำเลยไปทำสัญญาโอน แต่ถ้าปรากฎว่าจำเลยโอนขายที่แปลงนี้ให้ผู้อื่นไป ก็ให้ใช้ราคา ๔๔๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2488
นายเติม แกะจู โจทก์
นางงอก ชมฌาติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเติม แกะจู · จำเลย - นางงอก ชมฌาติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · มนูภันย์วิมลสาร · จำรูญเนติศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายใจ นาคเสวี · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตร + |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา