คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2489
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนโดยเสน่หา แม้ผู้รับโอนจะยังมิได้จดทะเบียนสิทธิของตน ก็ต้องรับไปซึ่งภาระติดพันอันเกิดจากการที่เจ้าของเดิมได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลให้บุคคลอื่นมีสิทธิอาศัยในโรงเรือนนั้น และมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว
ย่อคำพิพากษา
เจ้าของทำยอมความในศาลให้เขาอาศัยในโรงเรือนและมีคำพิพากษาตามยอมแล้วต่อมาเจ้าของโอนโรงเรือนให้คนอื่นโดยเสน่หา แม้ผู้อาศัยยังมิได้จดทะเบียน ผู้รับโอนก็ฟ้องขับไล่ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า มารดาโจทก์ได้ยกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ ต่อมาโจทก์ขายฉะเพาะที่ดินให้ผู้อื่นไป จึงจำเป็นต้องรื้อเรือน แต่เรือนหลังนี้มารดาโจทก์ให้จำเลยอาศัย จึงขอให้ขับไล่จำเลยออกจากเรือน
คู่ความรับกันว่า ที่รายนี้เป็นที่มีโฉนด มารดาโจทก์ทำยอมความกับจำเลยยอมให้จำเลยอาศัยในโรงเรือนรายพิพาทตลอดชีวิต ต่อมามีการโอนกันดังฟ้องของโจทก์ ฝ่ายจำเลยกล่าวว่า โจทก์กับมารดาสมยอมกัน
ศาลชั้นต้นงดสืบพะยานแล้ววินิจฉัยว่า สิทธิอาศัยของจำเลยมิไดจดทะเบียน จึงไม่สมบูรณ์ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา ๑๒๔๔ และ พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดินฉะบับที่ ๒ พ.ศ.๒๔๕๙ จึงพิพากษาขับไล่
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินว่า สิทธิอาศัยที่จำเลยได้มาตามสัญญายอมความนั้น ไม่เรียกว่าเป็นการได้มาโดยนิติกรรมตามธรรมดา เป็นการได้มาโดยความในศาลและโดยมีคำพิพากษาตามยอม ศาลบังคับคดีตามยอมได้ซึ่งบัดนี้ยังอยู่ภายในกำหนดบังคับ โจทก์ได้รับโอนจากมารดาโดยเสน่หา จำเลยยักสิทธิ์อาศัยขึ้นต่อสู้ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2489
นายสว่าง โช้ว โจทก์
นายอืน หอม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสว่าง โช้ว · จำเลย - นายอืน หอม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงบริหารวินิตฉัยกิจ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์ทรรศน์ปฏิภาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา