⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 521/2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2489

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าทั้ง 3 ฉะบับควบคุมการเช่าเคหะเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นใหญ่ หากเช่าเพื่อประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหะกรรมเป็นใหญ่และใช้เป็นที่อยู่ด้วยเป็นส่วนอุปกรณ์แล้ว ไม่อยู่ในความควบคุม การที่จะรู้ว่าการเช่ารายใดอยู่ในความควบคุมหรือไม่ ต้องพิเคราะห์วัตถุที่ประสงค์ของการเช่าเป็นราย ๆ ไป การขนของเข้าไปไว้ใต้ถุนทรัพย์ที่เช่าและเข้าไปนอนเฝ้าภายหลังที่สัญญาเช่าสิ้นอายุ และบอกเลิกสัญญาเช่าแล้วนั้น เป็นการใช้สิทธิ์โดยสุจริตไม่มีผิดฐานบุกรุก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.329 กฎหมายลักษณะอาญา ม.330 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยให้นายธนิตผู้แทนสหกรณ์เช่าบ้านของจำเลยในเขตต์เทศบาล ค่าเช่าเดือนละ ๔๐ บาท โดยมีข้อสัญญาว่า "สำหรับใช้เป้นที่ทำการสหกรณืและที่พักสหกรณ์" ก่อนสิ้นสัญญาเช่า ๒ เดือนจำเลยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่า ฝ่ายนายธนิตไม่ยอม หลังจากครบสัญญา ๕ วัน จำเลยขนเครื่องเรือนเข้าไปไว้ในใต้ถุนที่ทำการสหกรณ์และที่ระเบียงเรือนหลังเล็ก เวลากลางคืนจำเลยก็ขึ้นไปนอนที่ระเบียงเรือนหลังเล็กอยู่เรื่อย ๆ มาราว ๘ วัน จำเลยจึงขนของออกไปหมด โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกตาม ม.๓๒๙,๓๓๐ และตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ๒๔๘๖ ม.๕,๙,๑๔ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่า พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าทั้ง ๓ ฉะบับประสงค์ควบคุมการเช่าเคหะเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย หาใช่ควบคุมการเช่าเคหะเพื่อการค้าไม่กล่าวคือถ้าการเช่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยเป็นประธาน และประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหะกรรมเป็นส่วนอุปกรณ์แล้วอยู่ในความควบคุม ถ้ามีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหะกรรมเป็นประธานและใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วยเป็นอุปกรณ์ไม่อยู่ในความควบคุม แม้จะมีบทบัญญัติในมาตรา ๑๓ ซึ่งอาจจะเห็นไปได้ว่า พ.ร.บ.มีความประสงค์ควบคุมการเช่าอย่างอื่นด้วยก็ไม่ลบล้างบทในมาตรา ๑๓ ซึ่งอาจจะเห็นไปได้ว่า พ.ร.บ.มีความประสงค์ควบคุมการเช่าอย่างอื่นด้วยก็ไม่ลบล่างบทวิเคราะห์ศัพท์ใน ม.๕ เพราะ ม.๕ แสดงถึงความมุ่งหมายของพ.ร.บ.อันเป็นใหญ่เป็นประธานการที่จะรู้ว่าการเช่ารายใดตกอยู่ในภายใต้ พ.ร.บ.หรือไม่ ต้องพิเคราะห์ถึงวัตถุประสงค์ของการเช่าเป็นราย ๆ ไป การเช่ารายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุระกิจ การให้เป็นที่พักพนักงานสหกรณ์เป็นเพียงส่วนอุปกรณ์ เมื่อการเช่าไม่อยู่ในความควบคุม จำเลยก็เลิกสัญญาได้ และการที่จำเลยขอเข้าครอบครองดังได้ทำไปนั้นเป็นการใช้สิทธิ์โดยสุจริต มิได้บังอาจ จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2489 อัยยการเชียงราย โจทก์ นายก้าน ปัทมเทศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการเชียงราย · จำเลย - นายก้าน ปัทมเทศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · จำรูญเนติศาสตร์ · ธรรมบัณฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายวิเชียรบุณยทัศนีย์ · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปัญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3582/2534ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1143/2494ฎีกา 1750/2505ฎีกา 2108/2538ฎีกา 2409/2551ฎีกา 558/2553ฎีกา 112/2488ฎีกา 3462/2530ฎีกา 331/2537ฎีกา 3343/2537ฎีกา 294/2515ฎีกา 2903/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 1245/2553ฎีกา 967/2491ฎีกา 1145/2495ฎีกา 8296/2551ฎีกา 3833/2528ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 873/2538ฎีกา 3778/2542ฎีกา 4432/2553ฎีกา 436/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา