คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 494/2490
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิด หากจำเลยเพียงคนเดียวอุทธรณ์ และศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ฟังได้นั้นแตกต่างจากที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ให้ได้รับผลดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกาได้
การที่ฟ้องว่ากระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ากระทำเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ศาลย่อมลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันชิงทรัพย์ จำเลยผู้เดียวฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายเท่านั้น ดังนี้เป็นเหตุในลักษณะคดีศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ให้ได้รับผลดีตามคำพิพากษาด้วยได้
ฟ้องว่าชิงทรัพย์พิจารณาว่าทำร้ายร่างกายลงโทษได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยสมคบกันทำร้ายเจ้าทุกข์ จึงให้ยกข้อหาฐานชิงทรัพย์เสีย คงลงโทษเพียงฐานทำร้ายร่างกาย
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยได้ทำร้ายเจ้าทุกข์โดยประสงค์จะแย่งชิงทรัพย์ด้วย จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์
นายตี๋จำเลยฎีกาแต่ผู้เดียว ขอให้ศาลฎีกาบังคับคดีดังศาลชั้นต้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อหาฐานทำร้ายร่างกายนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้สมฟ้องโจทก์ส่วนข้อหาฐานชิงทรัพย์ ข้อเท็จจริงยังไม่พอสันนิษฐานว่า จำเลยทำร้ายเพื่อประสงค์จะชิงทรัพย์ดังคำปฤกษาของศาลอุทธรณ์ รูปคดีฟังได้เพียงว่า นาย+ นายตี๋จำเลยได้ทำร้ายเจ้าทุกข์ซึ่งมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้น และเหตุนี้อยู่ในลักษณะคดีที่ควรได้รับผลแก่นายฉะจำเลยผู้มิได้ฎีกาขึ้นมาด้วยจึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษนายฉะนายตี๋จำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 494/2490
อัยยการนครปฐม โจทก์
นายสมัย กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครปฐม · จำเลย - นายสมัย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชัยประชา · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา