คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 603/2490
ย่อคำพิพากษา
ในกรณีที่ทรัพย์ที่เช่าศูนย์หายก็เพราะถูกลักขะโมย ผู้เช่าจะต้องนำสืบว่าได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเช่นวิญญูชนจะพึงสงวนรักษาทรัพย์สินของตนเอง มิฉะนั้นผู้เช่าต้องรับผิด
ผู้เช่าเฝ้าเรือที่เช่า แต่พอฝนตกก็ผูกเรือไว้ด้วยเชือกแล้วขึ้นนอนบนเรือน แสดงว่าไม่ได้ใช้ความระมัดระวังพอสมควรเมื่อเรือถูกลักไปก็ย่อมต้องรับผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คู่ความรับกันว่าจำเลยเช่าเรือโจทก์ไปบรรทุกปูขายแล้วจอดพักผูกเชือกเฝ้าอยู่จนเวลา ๔.๐๐ น. ฝนตกจำเลยจึงขึ้นไปนอนบนเรือนแล้วหลับไป พอตื่นขึ้นเรือหายโจทก์จึงมาฟ้องเรียกราคาเรือจากจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะ
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าจำเลยใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว จึงไม่ต้องรับผิด ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยส่งทรัพย์ที่เช่าคืนไม่ได้โดยถูกผู้ร้ายลักไป จำเลยก็มีหน้าที่สืบว่าได้สงวนทรัพย์นั้นเสมอกับวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง และความเสียหายนั้นมิได้เกิดขึ้นเพราะความผิดของจำเลย ข้อเท็จจริงเท่าที่ได้ความถือไม่ได้ว่าความเสียหายมิได้เกิดขึ้นเพราะความผิดของจำเลย และในเวลาดึกฝนตกก็น่าจะต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 603/2490
นางริ้ว ด้วงสำราญ โจทก์
นางเสริม สองทวี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางริ้ว ด้วงสำราญ · จำเลย - นางเสริม สองทวี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชัยประชา · ธรรมบัณฑิต · ประวัติ ปัตตพงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายวิจิตร อัครวิจิตรไกรเริกษ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพยประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา