คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2490
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เยาว์ทำสัญญายอมความโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม และผู้แทนโดยชอบธรรมมิได้ให้สัตยาบัน ผู้แทนโดยชอบธรรมย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญานั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้เยาว์และผู้แทนโดยชอบธรรมร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องคดีและทำสัญญายอมความโดยผู้เยาว์มิได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและผู้แทนโดยชอบธรรมก็ไม่เคยให้สัตยาบัน ดังนี้ ผู้แทนโดยชอบธรรมฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความนั้นได้
ผู้ที่อ้างว่าเป็นบิดาและมารดาฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความที่ผู้เยาว์ทำไว้ โดยอ้างว่าบิดามิได้ให้ความยินยอม ถ้ายังปรากฏความในฟ้องต่อไปซึ่งแสดงให้เห็นว่าโจทก์ฟ้องโดยหมายความว่าผู้เยาว์ไม่อาจทำนิติกรรมโดยตนเองได้แล้วแม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าบิดาไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรม ก็ถือได้ว่าฟ้องตรงกับประเด็นแล้ว.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า นางสาวบุญเยื้อง กับนางอบโจทก์ซึ่งเป็นมารดานางสาวบุญเยื้อง ได้ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องแบ่งมฤดกจากจำเลย แล้วทำสัญญาปราณีประนอมยอมความกัน ศาลได้พิพากษาคดีตามยอมปรากฏอยู่ในสำนวนคดีแดงที่ ๓๔/๒๔๘๘ ของศาลแพ่ง จำเลยยังไม่ทันเอาเงินมาชำระตามยอม โจทก์ก็มาฟ้องเป็นคดีนี้ ขอให้ทำลายสัญญายอมความดังกล่าว โดยอ้างว่านางสาวบุญเยื้องยังไม่บรรลุนิติภาวะ นายเจิมโจทก์อ้างว่าเป็นบิดา ไม่ได้รู้เห็นยินยอม
จำเลยต่อสู้ว่านายเจิมโจทก์มิใช่บิดาโดยชอบธรรมด้วยกฎหมาย นางอบโจทก์ผู้เป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมได้ยินยอมอนุญาตแล้ว และคัดค้านว่านางสาวบุญเยื้องบรรลุนิติภาวะแล้ว
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว สั่งว่านางสาวบุญเยื้องยังไม่บรรลุนิติภาวะ นายเจิมมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงให้นางอบโจทก์ผู้เป็นมารดาดำเนินคดีแทนนางสาวบุญเยื้องผู้เยาว์ต่อไปด้วย แล้วพิพากษาว่าสัญญายอมความเป็นโมฆะ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ฟ้องขอให้เลิกล้างสัญญายอมความอ้างเหตุแต่เพียงว่า นายเจิมบิดามิได้ให้ความยินยอม เมื่อปรากฏว่านายเจิมมิใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมก็ควรยกฟ้องนั้น ปรากฏว่าโจทก์ได้กล่าวไว้ในฟ้องด้วยว่า "และซึ่งด้วยประการใดก็ตาม นางสาวบุญเยื้องไม่มีสิทธิทำได้ตามกฎหมาย เพราะไม่ได้รับอนุญาตจากศาลและจากโจทก์ที่ ๑ สัญญาปราณีประนอมจึงตกเป็นโมฆะ" ดังนี้ แสดงอยู่ว่าโจทก์ฟ้องโดยหมายความว่านางสาวบุญเยื้องเป็นผู้เยาว์ไม่อาจทำนิติกรรมโดยตนเองได้ ซึ่งตรงกับประเด็นเรื่องนี้แล้ว และเห็นว่า คดีนี้ต้องห้างมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่านางสาวบุญเยื้องได้ฟ้องโจทก์และทำสัญญายอมความโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและทั้งผู้แทนโดยชอบธรรมยังไม่เคยให้สัตยาบัน ศาลก็ต้องพิพากษาให้เพิกถอนสัญญายอมความนั้น จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2490
นายเจิม แจ้งการติบิดาผู้ปกครองนางสาวบุญเยื้องที่ 1 นางอบ วิลคงหรือทวิ
ลคงที่ 2 โจทก์
นายชื้น เชาว์แช่มชื่น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | วิลคงหรือทวิ - นายเจิม แจ้งการติบิดาผู้ปกครองนางสาวบุญเยื้องที่ 1 นางอบ · โจทก์ - ลคงที่ 2 · จำเลย - นายชื้น เชาว์แช่มชื่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูภันย์วิมลสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา