⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 237/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อมีการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการชนกันของเรือ ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าผิดจะต้องนำสืบในข้อที่จะไม่ต้องรับผิดก่อน ส่วนฝ่ายที่ฟ้องจะต้องนำสืบจำนวนค่าเสียหาย 2. หากศาลชั้นต้นกำหนดหน้าที่นำสืบผิดไป และคู่ความได้นำสืบไปตามนั้นแล้ว ศาลฎีกาจะไม่ย้อนสำนวนให้สืบพยานใหม่ แม้จะมีการอุทธรณ์ในข้อนี้ 3. การส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์เกินกำหนด 15 วันไปเล็กน้อย ไม่ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันจะทำให้จำหน่ายคดี

ย่อคำพิพากษา

(ประมวลแพ่งฯ ละเมิด วิธีพิจารณาความแพ่ง หน้าที่นำสืบ ทิ้งฟ้องอุทธรณ์) ในเรื่องเรือใบกับเรือกลไฟชนกัน เมื่อเจ้าของเรือใบมาฟ้องเรียกค่าเสียหาย เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือกลไฟจะต้องนำสืบก่อนในข้อที่จะไม่ต้องรับผิด ส่วนจำนวนค่าเสียหายเป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือใบจะต้องนำสืบก่อน ในเรื่องเรือชนกัน เมื่อศาลชั้นต้นกะหน้าที่นำสืบก่อนหลังผิดไป และคู่ความได้นำสืบไปตามนั้นแล้ว แม้ฎีกาของคู่ความที่คัดค้านในข้อนี้ฟังขึ้น ศาลฎีกาก็ไม่ย้อนสำนวนให้สืบพะยานกันใหม่ เพียงแต่ปรากฏว่า ผู้อุทธรณ์ไปนำเจ้าพนักงานส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเกินกำหนด 15 วันไป 4 วัน นับแต่วันศาลสั่งรับอุทธรณ์นั้น ยังไม่พอถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันถึงกับจะให้จำหน่ายคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเรือภานุรังษีเป็นของจำเลยที่ ๑, จำเลยที่ ๒ เป็นนายเรือ จำเลยที่ ๓ เป็นผู้นำร่อง จำเลยที่ ๔ เป็นนายท้าย ได้แล่นชนเรือฉลอมท้ายญวนของโจทก์จม โดยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา โจทก์ต้องเสียหาย จึงขอให้จำเลยใช้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เรือโจทก์เป็นฝ่ายผิด แล่นตัดหน้าเรือจำเลยในระยะใกล้ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง ส่วนข้อที่โจทก์ร้องว่า จำเลยทิ้งฟ้อง(อุทธรณ์)นั้น ปรากฏว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๔๘๙ ศาลแพ่งออกหมายถึงทนายโจทก์ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๔๘๙ ให้แก้อุทธรณ์ภายใน ๑๕ วัน รายงานกองหมายลงวันที่ ๑๘ กันยายน นั้นว่าทนายจำเลยที่ ๑ นำนักการส่งหมายให้แก่ฝ่ายโจทก์ได้ในวันนั้น ไม่ปรากฏว่ากองหมายได้รับหมายส่งฟ้องอุทธรณ์วันใด และวันที่ ๑๘ กันยายน ที่ส่งหมายได้นั้น เป็นวันที่จำเลยนำส่งหมายให้นัดแรกหรือไม่ ไม่ปรากฏจึงเห็นว่ายังไม่มีเหตุที่พอที่จะชี้ขาดว่าจำเลยทิ้งฟ้อง จึงยกคำร้องโจทก์ โจทก์ฎีกาขึ้นมาทั้ง ๒ กรณี ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิด โดยแล่นเรือตัดหน้าเรือจำเลย ส่วนข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนนั้น แม้จะไม่ถูกต้องตาม ป.ม.แพ่งฯ ม. ๔๓๙ เพราะเรือจำเลยใช้เครื่องจักรกล จำเลยย่อมมีหน้าที่นำสืบก่อนก็ดี แต่ก็คงมีประเด็นค่าเสียหายที่โจทก์จะต้องนำสืบก่อนอยู่เหมือนกัน และแม้ศาลฎีกาจะสั่งให้จำเลยกลับสืบใหม่ ก็คงไม่มีผลทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป เพราะคู่ความต่างได้สืบพะยานจนสิ้นกระแสร์ความแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะให้สืบพะยานใหม่ ในข้อทิ้งฟ้อง ก็เห็นว่าตามพฤตติการณ์ที่ปรากฎ ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะให้ถือว่า จำเลยได้ทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันจะถึงแก่ทำให้จำหน่ายคดี จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2491 นางสำอางค์ แซ่โค้ว โจทก์ บริษัทเดินเรือไทย จ.ก. โดยพลเรือเอกสินธ์ กมลนาวิน ประธานกรรมการที่ 1, นายเลียว ดาริ่งที่ 2 น.ท.ทนอ จรจบสมุทร์ รัตนกุล ที่ 3, นายสะเมาะ ดี ประเสริฐที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำอางค์ แซ่โค้ว · 1, - บริษัทเดินเรือไทย จ.ก. โดยพลเรือเอกสินธ์ กมลนาวิน ประธานกรรมการที่ · ดี - นายเลียว ดาริ่งที่ 2 น.ท.ทนอ จรจบสมุทร์ รัตนกุล ที่ 3, นายสะเมาะ · จำเลย - ประเสริฐที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · มนูภันย์วิมลสาร · สารนิติปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - พูน ไชยภัตต · ศาลอุทธรณ์ - พระนนทปัญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1337/2533ฎีกา 3760/2533ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 866/2518ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1660/2518ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 100/2540ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา