คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องบังคับให้ผู้ขายโอนอสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาจะซื้อจะขายให้แก่กองมรดกได้ และคำฟ้องที่บรรยายว่าผู้ตายได้ชำระหนี้ตามสัญญาแล้ว ถือว่าเพียงพอให้เข้าใจว่ามีการตกลงรับซื้อแล้ว แม้จะไม่ได้ใช้คำว่า "ตกลงรับซื้อ" โดยตรง
ย่อคำพิพากษา
ผู้จัดการมฤดกของผู้ตายมีอำนาจนำคดีขึ้นสู่ศาลฟ้องผู้ทำสัญญาจะขายอสังหาริมทรัพย์แก่ผู้ตาย ให้บังคับโอนขายอสังหาริมทรัพย์นั้น แก่กองมฤดกได้
ฟ้องบรรยายมีใจความว่า จำเลยได้เสนอขายที่ดินซึ่งจำนองไว้แก่ผู้ตายเป็นราคา 80000 บาท ผู้ตายได้จ่ายเงินแก่จำเลย และรับใช้หนี้ของจำเลย เมื่อคิดรวมกับหนี้จำนองแล้วเป็นเงิน 80000 บาทพอดี ที่จำเลยเสนอขาย ดังนี้ เป็นฟ้องที่มีข้อความพอให้เข้าใจได้ว่า ได้มีการสนองรับแล้ว แม้ในคำฟ้องจะมิได้กล่าวคำว่าผู้ตายตกลงรับซื้อก็ดี ถือว่าเป็นฟ้องที่สมบูรณ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเสนอขายที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างให้นายอุทัยวรรณ สามีโจทก์โดยราคา ๘๐๐๐๐ บาท เดิมที่ดินรายนี้จำเลยจำนองนายอุทัยวรรณไว้ จำเลยให้ถือเอาหนี้จำนองเป็นราคาที่ดิน นอกจากหนี้จำนองยังมีหนี้จำนวนอื่นอีก ที่จำเลยเป็นหนี้นายอุทัยวรรณ และจำเลยให้ถือเอาเป็นราคาที่ดิน และยังมีตัวเงินอีกจำนวนหนึ่งซึ่งนายอุทัยวรรณจ่ายเป็นราคาที่ดินให้จำเลยรับไว้ เมื่อรวมกันเข้าก็ครบ ๘๐๐๐๐ บาทพอดี
ต่อมาสิ่งปลูกสร้างถูกระเบิดพัง จำเลยเอาไปขายแล้วตกลงจะจ่ายให้นายอุทัยวรรณ ๑๔๕๐๐ บาทแล้วไม่จ่าย นายอุทัยวรรณวายชนม์ โจทก์เป็นผู้จัดการมฤดก จึงฟ้องขอบังคับให้จำเลยขายที่ดิน และใช้เงินค่าทรากตึก
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนขายที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างตามที่ฟ้องแก่โจทก์ ในฐานะผู้จัดการมฤดกนายอุทัย กับให้จำเลยใช้เงินค่าทรากตึกให้แก่โจทก์ ๘๐๐๐ บาท
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาทั้งข้อกฏหมายและข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาเห็นว่า ในประเด็นข้อหนึ่ง ฟ้องของโจทก์บรรยายได้ความว่า จำเลยได้เสนอขายที่ดินซึ่งจำนองไว้แก่นายอุทัยวรรณเป็นราคา ๘๐๐๐๐ บาท นายอุทัยวรรณได้จ่ายเงินแก่จำเลยและรับใช้หนี้ของจำเลย เมื่อติดรวมกับหนี้จำนองแล้วเป็นเงิน ๘๐๐๐๐ บาท พอดีที่จำเลยเสนอขาย แม้ในคำฟ้องจะมิได้กล่าวว่า นายอุทัยวรรณได้ตกลงรับซื้อก็ดี ตามข้อความที่บรรยายในฟ้องก็พอเข้าใจว่า ได้มีการสนองรับแล้ว ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์
ในประเด็นข้อสอง โจทก์เป็นผู้จัดการมฤดกของนายอุทัยวรรณตามคำสั่งศาล จึงย่อมมีอำนาจนำคดีขึ้นสู่ศาลได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๓๖
ในประเด็นข้ออื่นที่ฎีกา ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2491
นางประทุม อมาตยกุล ราชพินิจจัย โจทก์
เจ้าจอมพิศย์ ในรัชชการที่ 5 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางประทุม อมาตยกุล ราชพินิจจัย · จำเลย - เจ้าจอมพิศย์ ในรัชชการที่ 5 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · มนูภันย์วิมลสาร · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสารนัยประศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา