คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456-458/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้สามัญมีสิทธิยึดทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อชำระหนี้ได้ แม้ทรัพย์สินนั้นจะเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกับบุคคลอื่น และบุคคลที่ไม่ได้มีชื่อในโฉนดที่ดินแต่ได้ครอบครองที่ดินบางส่วนโดยปรปักษ์ มีสิทธิร้องขัดทรัพย์ได้
ย่อคำพิพากษา
+หนี้สามัญ มิได้มีบุริมสิทธิ+ทรัพย์สินเฉพาะสิ่งของ+ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับชำระ+ทรัพย์สินของลูกหนี้ +ยึดที่ดินโฉนดมีชื่อ จำเลย+ลูกหนี้เป็นเจ้าของร่วมกับ+เพื่อขายทอดตลาดเอาเงิน+นี้ ผู้ที่มิได้ชื่อในโฉนดแต่ได้+ที่แปลงนั้นบางส่วนมากเกิน+ โดยทางปรปักษ์แล้ว มีสิทธิร้องขัดได้+ เพราะเจ้าหนี้สามัญหาได้อยู่ในฐานะ+ภายนอกดังที่บัญญัติไว้ ใน ป.พ.พ.ม. 1299 4วรรค 2 นั้นไม่ +เบียนในโฉนดที่ดินเป็นเพียง+ในเบื้องต้นให้สันนิษฐานว่า +ถือกรรมสิทธิตามโฉนดที่ดิน + เจ้าของกรรมสิทธิเท่านั้น แต่+จริงที่แท้จริงเป็นประการใดอาจ+หักล้างได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่องนี้ คดีเดิม จำเลยทำสัญญาปราณีประนอมยอมชำระหนี้รวม ๓๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์ แล้วไม่ชำระโจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ ๓๖๓๑ มีชื่อจำเลยถือกรรมสิทธร่วมกับบุคคลอื่นอีกหลายคน เพื่อขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์
ผู้ร้องทั้งสามสำนวน ต่างยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งถอนการยึดที่ดินรายนี้บางส่วน อ้างว่าที่ดินดังกล่าวแล้ว ไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยเป็นทรัพย์ของผู้ร้อง
ศาลชั้นต้น สอบถามผู้ร้องขัดทรัพย์ที่ ๓ สำนวนได้ความว่า การที่ผู้ร้องอ้างว่าได้ปกครองที่ดินเป็นส่วนสัดนั้น ไม่ได้จดทะเบียน จึงงดทำการสืบพยานและมีคำสั่งว่า ข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ โดยปกครองที่ดินมาเป็นส่วนสัด อันมิได้จดทะเบียนนั้น จะยกขึ้นต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ ต้องถือว่าบรรดาผู้มีชื่อในโฉนดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิร่วมกัน มีส่วนเท่า ๆ กัน ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องเหล่านั้นเสีย
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาคดีชั้นขัดทรัพย์ต่อไป
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า กรณี้นี้ผู้ร้องขัดทรัพย์กล่าวอ้างว่าที่ดินที่โจทก์นำยึดฉะเพาะบางส่วน เป็นกรรมสิทธิของผู้ร้อง โดยผู้ร้องอ้างว่าได้ครอบครองที่ดินนั้นมา โดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของและครอบครองติดต่อกันมาเป็นเวลาถึง ๑๐ ปีแล้วนั้น หากผู้ร้องนำสืบได้สมตามข้ออ้าง ก็อาจต้องฟังว่าผู้ร้องมีกรรมสิทธิในที่ดินส่วนนั้นได้ตาม ป.พ.พ.ม. ๑๓๘๒ เพราะทะเบียนโฉนดที่ดิน ที่มีชื่อจำเลยร่วมกับคนอื่นเป็นเจ้าของนั้น เป็นเพียงหลักฐานในเบื้องต้น ให้สันนัษฐานว่าผู้มีชื่อ ถือกรรมสิทธิตามโฉนดที่ดินเท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงที่แท้จริงเป็นประการใด อาจนำสืบหักล้างได้ โจทก์เป็นเจ้าหนี้ จำเลยก็ชอบแต่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของจำเลย ถ้าหากได้ความว่าที่ดินฉะเพาะส่วนที่ผู้ร้อง ๆ ขัดทรัยพ์ไม่ใช่ของจำเลยแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะยึดที่ดินส่วนนั้นขายเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์เป็นเจ้าหนี้สามัญ หาได้อยู่ในฐานะเป็นบุคคลภายนอกดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ.ม. ๑๒๙๙ วรรค ๒ ไม่
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456 - 458/2491
พระนราธิราชภักดี โจทก์
นายดิษ ผาสุขดี จำเลย
นายสวง นาคสู่สุข นางถนอมวีระสุนทร ผู้ร้อง
พระนราธิราชภักดี โจทก์
นายดิษผาสุขดี จำเลย
นายเชี้ยะ ศิริเกียรติ ผู้ร้อง
พระนราธิราชภักดี โจทก์
นายดิษ ผาสุขดี จำเลย
นายฉาย วิลัยรัตน์ นางกุหลาบ วิลัยรัตน์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พระนราธิราชภักดี · จำเลย - นายดิษ ผาสุขดี · ผู้ร้อง - นายสวง นาคสู่สุข นางถนอมวีระสุนทร · โจทก์ - พระนราธิราชภักดี · จำเลย - นายดิษผาสุขดี · ผู้ร้อง - นายเชี้ยะ ศิริเกียรติ · โจทก์ - พระนราธิราชภักดี · จำเลย - นายดิษ ผาสุขดี · ผู้ร้อง - นายฉาย วิลัยรัตน์ นางกุหลาบ วิลัยรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติธรรมประกรณ์ · ประมูล สุวรรณศร · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายไพบูลย์ ไวกยี · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูกิจวิมลอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา