⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 526/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 526/2491

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปยกหีบบรรจุทรัพย์ซึ่งวางอยู่บนร้านที่เจ้าทรัพย์นอนต่อหน้าเจ้าทรัพย์ที่กำลังนั่งอยู่ที่ร้านนั้น พอคว้าหีบเจ้าทรัพย์ก็แย่งไว้ หีบจึงพลัดตกน้ำไป กลับใช้อาวุธทำร้ายเจ้าทรัพย์แล้วหนีไปแต่ตัว ดังนี้ เป็นผิดฐานพยามชิงทรัพยืเท่านั้น โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่าจำเลยปล้นโดยทำให้เจ้าทรัพย์บาดเจ็บ ให้ลงโทษตามมาตรา 301, 296 ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยพยายามชิงทรัพย์ กระทำให้เจ้าทรัพย์บ่ดเจ็บ+มีอำนาจลงดทษจำเลยฐานพยามยามชิงทรัพย์ตามมาตรา 300,60 โดยอาศัยกฎหมายอาญามาตรา 192 วรรคท้ายได้ +แต่ศาลอุทธรณืไม่อนุญาติให้โจทก์แถลงการณ์ด้วยวาจาเท่านั้น ยังไม่เป็นการจำเป็นที่จะต้องให้ศาลอุทธรณ์ทำการพิจารณาพิพากษาใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.60 กฎหมายลักษณะอาญา ม.298 กฎหมายลักษณะอาญา ม.300 กฎหมายลักษณะอาญา ม.301 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกับพวกปล้นทรัพย์ของนายไป๋ ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๐๑ คดีได้ความว่า จำเลยผู้เดียวเข้าไปยกหีบบรรจุทรัพย์ซึ่งวางอยู่บนร้านที่นายไป๋นอนต่อหน้านายไป๋ ผู้กำลังนั่งอยู่ที่ร้านนั้น พอจำเลยคว้าหีบ นายไป๋ก็แย่งไว้ หีบพลัดตกน้ำลงไป จำเลยทำร้ายนายไป๋ด้วยมีดและไม้แล้วหนีไปแต่ตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๔ - ๖๐ เพราะจะลงโทษตามมาตรา ๓๐๐ ก็เป็นการเกินคำขอของโจทก์ จำคุก ๓ ปี ๔ เดือน โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๐๑ และยื่นคำร้องขอแถลงการณ์ด้วยวาจา จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในข้อแถลงการณ์ด้วยวาจา โจทก์ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐๕ วรรคต้น จึงไม่อนุญาต ส่วนข้อกฎหมายเห็นว่า โจทก์อ้างมาตรา ๓๐๑ อยู่แล้ว หากจะไม่อ้างมาตรา ๒๙๘ เสียเลย ศาลก็ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๐๐ได้ เพราะโจทก์ระบุในฟ้องชัดเจนว่า จำเลยมีสาตราวุธทำการชิงทรัพย์และทำร้ายเจ้าทรัพย์ถึงบาดเจ็บ ศาลลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคท้าย พิพากษาแก้จำคุกจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐ และ ๖๐ มีกำหนด ๕ ปี โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าว เห็นว่าจำเลยยังไม่ได้เอาทรัพย์ไป จึงเป็นผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ และแม้โจทก์จะไม่อ้างมาตรา ๓๐๐ มา แต่ก็ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่า จำเลยปล้นทรัพย์โดยทำให้เจ้าทรัพย์บาดเจ็บ เมื่อพิจารณาได้ความว่า จำเลยพยายามชิงทรัพย์ ศาลก็ลงโทษได้ ส่วนข้อที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้โจทก์แถลงการณ์ด้วยวาจานั้น เพียงเท่านี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ยังไม่เป็นการจำเป็นที่จะต้องให้ศาลอุทธรณ์ทำการพิจารณา และ พิพากษาใหม่ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 526/2491 อัยยการชุมพร โจทก์ นายสมพร รุ่งเรือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการชุมพร · จำเลย - นายสมพร รุ่งเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายคร้าม สิวายวิโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์ทรรศน์ปฏิภาณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2480/2538ฎีกา 709/2483ฎีกา 7083/2538ฎีกา 1485/2493ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 726/2487ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา