คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานปล่อยให้ผู้ต้องหาหลบหนี จะลงโทษได้ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าการหลบหนีนั้นเกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของเจ้าพนักงานโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่อ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีโดยประมาทโดยไม่ได้ใส่กุญแจมือ และเครื่องจำจองพันธนาการ เมื่อจำเลยปฏิเสธ โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมฟ้องว่า เหตุที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปนั้น เพราะจำเลยไม่ได้ใส่กุญแจมือและเครื่องจำจองพันธนาการ เมื่อโจทก์นำพยานมาสืบไม่สมฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๑๖๙ โดยกล่าวว่า ทางการให้จำเลยนำนายประสาท ผู้ต้องหาไปส่งจังหวัดพระนคร จำเลยบังอาจควบคุมนายประสาทโดยความประมาณละเลยไม่ระวังตามสมควร โดยจำเลยไม่ใส่กุญแจมือและเครื่องจำจองพันธนาการแต่อย่างใด เป็นเหตุให้นายประสาทหลบหนี่ จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ รับสารภาพ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กระทำให้นายประสาทผู้ต้องหาหลบหนี้โดยประมาท โดยไม่ได้ใส่กุญแจมือและเครื่องจำจองพันธนาการแต่อย่างใด จำเลยที่ ๑ ให้การปฎิเสธ โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้สมฟ้องว่าเหตุที่นายประสาทผู้ต้องหาหลบหนีไปนั้น เพราะจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ใส่กุญแจมือและเครื่องจำจองพันธนาการแต่อย่างใด เมื่อโจทก์ไม่นำพยานมาสืบให้สมฟ้อง ลงโทษจำเลยที่ ๑ ไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2491
อัยยการภูเก็ต โจทก์
นายสิบตำรวจตรี ถาวร ที่ 1 พลตำรวจเกษม ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการภูเก็ต · จำเลย - นายสิบตำรวจตรี ถาวร ที่ 1 พลตำรวจเกษม ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทรงนิติกรณ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปรีชาวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสนา เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทัณฑชณานัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา