⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 734/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษากลับให้โจทก์ชนะคดี โจทก์ย่อมมีสิทธิขอให้ถอนการยึดทรัพย์ได้ และหากโจทก์ไม่ดำเนินการให้ทรัพย์กลับคืนมาสู่ความครอบครองของตนเอง โจทก์จะอ้างความเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลังว่าเกิดจากการกระทำของจำเลยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี และจำเลยนำยึดทรัพย์ของโจทก์ไว้ ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษากลับให้โจทก์ชะนะคดี โจทก์มีสิทธิที่จะร้องขอให้ถอนการยึดทรัพย์ได้ตามมาตรา 251 ป.วิ.แพ่ง. ทรัพย์ของโจทก์ตกอยู่ในมือของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยคำสั่งศาล เมื่อการบังคับไม่จำต้องกระทำต่อไป แต่โจทก์ไม่จัดการให้ทรัพย์นั้นกลับคืนมาสู่ความครอบครองแห่งตน ทั้งที่มีสิทธิบริบูรณ์ตามกฎหมาย โจทก์จะมาอ้างว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในภายหลังนั้น ว่าเป็นเพราะการกระทำของจำเลยผู้นำยึดหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.251 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า จำเลยชนะความโจทก์ในคดีแพ่งที่ ๕๔/๒๔๘๗ และได้นำยึดสวนยางพาราของโจทก์ไว้ คดีนั้นขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ศาลทั้ง ๒ ได้พิพากษากลับให้จำเลยแพ้ความโจทก์ และไม่ได้จัดการถอนการยึดสวนยางของโจทก์ จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๘๙ จำเลยจึงได้ขอให้ถอนการยึด โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ไม่ได้กรีดน้ำยาง จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยเป็นผู้รับผิดต่อผลความเสียหายที่ทอดทิ้งระยะเวลานานเกินสมควร ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความเสียหายที่โจทก์ฟ้องเกิดจากการกระทำของโจทก์ที่ไม่ใช้สิทธิตามกฎหมายเอง จำเลยไม่ต้องรับผิด พิพากษากลับยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชะนะคดี โจทก์มีสิทธิที่จะร้องขอให้ถอนการยึดทรัพย์ได้ ตาม ป.วิ.แพ่ง.มาตรา ๒๕๑ ดังนี้ ความเสียหายที่เกิดแก่โจทก์นั้น เกิดขึ้นเพราะโจทก์ไม่กระทำการอันความ ต้องกระทำด้วยตนเอง จะถือว่าได้เกิดเพราะการงดเว้นของจำเลยหาได้ไม่ นอกจากนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อทรัพย์ของโจทก์ตกอยู่ในมือของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำสั่งศาลแล้ว เมื่อการบังคับคดีไม่จำเป็นต้องทำต่อไป โจทก์หาได้จัดการให้ทรัพย์นั้นกลับมาคืนสู่ความครอบครอง ทั้ง ๆ ที่ตนมีสิทธิบริบูรณ์ตามกฎหมาย โจทก์จะมาอ้างว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในภายหลังนั้น เพราะการกระทำของจำเลยผู้นำยึดหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2491 นายโกศล บวรโกศล ผู้เยาว์ โดยนายร้อยตำรวจเอกน้อย บวรโกศล บิดาผู้ แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นางจันท ขันทฤทธิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความบิดาผู้ - นายโกศล บวรโกศล ผู้เยาว์ โดยนายร้อยตำรวจเอกน้อย บวรโกศล · โจทก์ - แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นางจันท ขันทฤทธิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายอาจิต ไชยาคำ · ศาลอุทธรณ์ - พระนนทปัญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา