คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิจารณาว่าสัญญาจำนำหรือขายฝากที่ดินนั้น ให้ดูจากกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันเป็นสำคัญ แม้ข้อความในสัญญาจะระบุเป็นอย่างอื่นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
สัญญาจำนาที่นาทำกันเมื่อ พ.ศ. 2467 เป็นเวลาก่อนประกาศใช้ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 3 กรณีต้องบังคับตาม พ.ร.บ.การขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ. 115 และประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ. 118
คดีเรื่องจำนา (จำนอง) หรือขายฝากที่ดิน (ก่อน ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 3 )นั้นให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้ในสัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกัน
(อ้างฎีกาที่ 22 ร.ศ. 117, ที่ 25 ร.ศ. 123, 467/2487,81/2469, 790/2469)
โจทก์ได้มอบที่ดินให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2470 อันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาจำนำที่ทำกันขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2467 จึงเป็นกิริยาการขายฝาก เมื่อไม่ไถ่ภายใน 10 ปี ที่นาก็หลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยตามลักษณะขายฝาก โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอไถ่ได้.
(อ้างฎีกาที่ 760/2469)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ โจทก์ได้จำนำนาของโจทก์ไว้กับนายคลัง อินทปัจบิดาจำเลย ๑ แปลง เป็นเงิน ๔๐๐ บาท ได้ทำกรมธรรม์สัญญาต่ออำเภอ นายคลังตาย นารายนี้ตกแก่จำเลยเมื่อเดือนมีนาคม ๒๔๙๑ โจทก์ได้ไปขอไถ่การจำนำนารายนี้ จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่า โจทก์ทำนาอยู่ได้ ๓ ปีไม่ได้ส่งดอกเบี้ยเลย ครั้น พ.ศ. ๒๔๗๐ โจทก์จึงมอบนาให้แก่นายคลัง แทนการชำระหนี้ นายคลังและจำเลยได้ครอบครองมาจนบัดนี้ นารายนี้เป็นที่นามือเปล่า โจทก์สละการครอบครองมาตั้ง ๒๒ ปีแล้ว จึงควรเป็นกรรมสิทธิแก่นายคลังและจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีเรื่องนี้เป็นเรื่องบังคับตามสัญญาจำนำที่นา ซึ่งทำกันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ อันเป็นเวลาก่อนประกาศใช้ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ ๓ จึงต้องบังคับตามกฎหมายที่ใช้อยู่ก่อนใช้ประมวลนั้น โดยฉะเพาะคือ พ.ร.บ.การขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ.๑๑๕ และประกาศเรื่องการจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ. ๑๑๘ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีเรื่อจำนำ (จำนอง) หรือขายฝากที่ดิน (ก่อน ป.ม.แพ่งฯ บรรพ ๓) นั้นมีประเพณีมาแต่แรก ให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันมาว่า เป็นจำนำหรือขายฝาก แม้ในสัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกัน กรณีนี้ได้ความตามคำพะยานโจทก์ว่าโจทก์ได้มอบที่ดินให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๐ อันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาจำนำที่ได้ขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ จึงเป็นกิริยาขายฝาก เมื่อโจทก์ไม่ไถ่ภายใน ๑๐ ปีที่นารายนี้ก็หลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยตามสัญญาขายฝาก โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอไถ่ได้
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2492
นายหอม อิ่มรัง โจทก์
นายยก อินทปัจ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหอม อิ่มรัง · ล. - นายยก อินทปัจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - นายสหัส ดิลกแพทย์ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา