คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1588/2492
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลย 1 ปี 6 เดือน แม้ศาลหนึ่งจะลงโทษเป็นกะทง อีกศาลหนึ่งลงโทษเป็นบท ก็ไม่เป็นการแก้ไขมาก คดีต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญา ม. 218
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกับพวกปลอมเป็นเจ้าพนักงาน ทำการกรรโชกและฉ้อโกงเงินนายโง่ว ขอให้ลงโทษจำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๒๗ กะทงหนึ่ง จำคุก ๖ เดือน และตามมาตรา ๓๐๓ กะทงหนึ่งจำคุก ๑ ปี ๖ เดือนศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีความผิดหลายบทคือ มาตรา ๑๒๗,๓๐๔,๓๐๓ แต่ให้จำคุกจำเลยตามมาตรา ๓๐๓ อันเป็นบทหนักมีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลย ๑ ปี ๖ เดือน แม้ศาลหนึ่งจะลงโทษเป็นกะทง แต่อีกศาลหนึ่งลงโทษเป็นบท ก็ไม่เป็นเรื่องแก้ไขมากคดีต้องห้ามตามมาตรา ๒๑๘ ป.ม.วิ.อาญา
พิพากษายกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1588/2492
อัยยการปทุมธานี โจทก์
นายกมล ปทุมเวช จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการปทุมธานี · จำเลย - นายกมล ปทุมเวช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · นนทปัญญา · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายยุ้ย อาดมียนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารักษ์ประนาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา