คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1761/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลจะแยกปรับจำเลยเป็นรายตัวหรือปรับรวมกันก็ได้ โดยกำหนดค่าปรับรวมกันไม่เกิน 4 เท่าของราคาของรวมค่าอากร
2. หากมีเหตุลดหรือเพิ่มโทษจำเลยไม่เหมือนกัน ศาลต้องปรับแยกจำเลยแต่ละคน
3. การช่วยเหลือให้ทำการค้ายาสูบโดยไม่ปิดแสตมป์ และการมียาสูบในครอบครองโดยไม่ปิดแสตมป์ เป็นกรรมเดียวกัน ต้องลงโทษตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดโทษหนักกว่า
ย่อคำพิพากษา
ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรมาตรา 27 ศาลจะแยกปรับจำเลยเป็นรายตัวหรือปรับจำเลยรวมกันก็ได้ เมื่อรวมกันเป็น 4 เท่าราคาของรวมค่าอากรด้วย.
ในกรณีที่ลงโทษตาม พ.ร.บ.ศุลกากร เมื่อมีเหตุลดหรือเพิ่มโทษจำเลยไม่เหมือนกัน ศาลต้องปรับแยกกัน.
การกระทำผิดฐานช่วยเหลือให้ทำการค้ายาสูบตาม พ.ร.บ.ศุลกากร กับมียาสูบในครอบครองโดยไม่ปิดแสตมป์เป็นกรรมเดียวกัน ต้องลงโทษตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งเป็นบทหนัก.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันช่วยเหลือย้ายถอนซิกาแรตต่างประเทศ ๘๐ กระป๋องหนัก ๔ กิโลกรัมจากเรือกำปั่นไตกิมซาน บรรทุกเรือกลไฟเล็กไปยังท่าราชวงษ์ โดยมิได้รับอนุญาต เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ๓๑๓.๓๔ บาท และสมคบกันมียาสูบมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในครอบครอง จำเลยรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ เป็นเด็กอายุยังไม่ถึง ๑๖ ปี จำเลยที่ ๑ เคยต้องโทษมาแล้ว จะต้องถูกเพิ่มโทษ
ศาลชั้นต้นปรับจำเลยทั้ง ๒ ฐานปิด พ.ร.บ.ศุลกากรกะทงหนึ่ง เป็นเงิน ๕๐๑๓.๓๖ (๔ เท่าราคารวมอากร) และปรับตาม พ.ร.บ.ยาสูบอีกกะทงหนึ่ง ให้ปรับจำเลยที่หนึ่ง ๑๐๐ บาท จำเลยที่สอง ๕๐ บาท ลดฐานเป็นเด็กแล้ว ลดรับกึ่ง ถ้าจำแทนกะทงแรกให้จำคนละ ๖ เดือน ริบของกลาง จ่ายรางวัล
นายซ้งจำเลยอุทธรณ์ว่า กะทงแรกควรแยกปรับคนละครึ่ง และลดฐานเป็นเด็กให้ด้วย กะทงหลังไม่ควรปรับ เพราะเป็นกรรมเดียวกัน ควรลงโทษแต่บทหนักบทเดียว
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ศุลกากรบังคับให้ปรับเช่นนั้น จะแบ่งครึ่งแล้วลดให้จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ ไม่ต้องลักษณะปรับรวมกัน รับผิดแทนกัน นอกจากเรื่องจำแทนค่าปรับ ซึ่งรับผิดแทนกันไม่ได้ พิพากษาแก้ฉะเพาะที่ปรับจำเลยฐานมียาสูบไม่ปิดแสตมป์ยาสูบเป็นอันไม่ปรับ เพราะเป็นกรรมเดียวกัน ต้องลงโทษตามบทหนัก นอกนั้นคงพิพากษายืน
โจทก์,และนายซ้งจำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า พ.ร.บ.ศุลกากรมาตรา ๒๗ หาได้บัญญัติว่าให้ปรับรวมกันแต่อย่างใดไม่ เป็นแต่ว่าในความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ให้ปรับ ๔ เท่าราคาของ รวมค่าอากร และตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๒ ศาลอาจแยกปรับำจเลยโดยเสียค่าปรับด้วยกันทุกคน คือปรับเป็นรายตัวหรือปรับรวมกัน ซึ่งบังคับเอาจากคนใดคนหนึ่งจนครบได้ ฉะนั้นตามมาตรา ๒๗ พ.ร.บ.ศุลกากร ศาลจึงอาจจะแยกปรับจำเลยเป็นรายตัวหรือปรับจำเลยรวมกันได้ แต่เมื่อรวมกัน ต้องเป็นจำนวน ๔ เท่าของราคาของ ซึ่งรวมค่าอากรด้วย คดีนี้มีการเพิ่มและลดโทษต่างกัน รูปคดีควรแยกปรับเป็นรายตัว ซึ่งจำต้องปรับจำเลยที่ ๑ ผู้ไม่ได้ฎีกามาด้วย เพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี
การกระทำของจำเลยคดีนี้ คือการช่วยเหลือให้ทำการย้ายยาสูบ กับการมียาสูบไม่ปิดแสตมป์เป็นกรรมอันเดียวกัน เกิดขึ้นในวาระเดียวกัน ผิด ก.ม.หลายบท ซึ่งให้ใช้บทหนักลงโทษ
พิพากษาแก้ ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๒๕๐๖.๖๘ บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๗๒ ส่วนนายซ้งจำเลยที่ ๒ ต้องรับอาญาเพียงกึ่งหนึ่ง ฐานเป็นเด็ก และลดโทษจำเลยทั้ง ๒ กึ่งหนึ่งฐานรับสารภาพ คงปรับจำเลยที่ ๑ ๑๖๗๑.๑๒ บาท ปรับนายซ้งจำเลยที่ ๒, ๖๒๖.๖๗ บาท นอกนั้นยืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1761/2492
อัยยการ กรมอัยยการ โจทก์
นายเป็งลิ้ม แซ่เอี้ยว ที่ 1, นายซ้ง แซ่ลิ้ม ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการ กรมอัยยการ · ล. - นายเป็งลิ้ม แซ่เอี้ยว ที่ 1, นายซ้ง แซ่ลิ้ม ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสกล ตันติเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน สิงหลกะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา