⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1827/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827/2492

ป.วิ.อาญา ม.2, 16, 120 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานตำรวจสันติบาลจะมีอำนาจสอบสวนได้หรือไม่นั้น ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือข้อบังคับ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ต้องนำสืบให้ศาลเห็น หากโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลย่อมยกฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

ตำรวจสันติบาลจะมีอำนาจสอบสวนได้เพียงไรหรือไม่นั้นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือข้อบังคับ อันเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องนำสืบตามกระบวนความ. (อ้างฎีกา 521 - 923/91) จำเลยคัดค้านตลอดมาว่า ตำรวจสันติบาลไม่มีอำนาจสอบสวน เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ แต่โจทก์หาได้นำสืบหรืออ้างอิงหลักฐานประการใดไม่ ดังนี้ คดีฟังไม่ได้ว่า ได้มีการสอบสวนโดยชอบ ศาลจำต้องยกฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.16 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.16 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันมี หรือใช้อากรแสตมป์ปลอม และในฟ้องกล่าวว่า เรื่องนี้ตำรวจสันติบาลได้สอบสวนแล้ว จำเลยทั้งสามปฏิเสธความผิด จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า ตำรวจสันติบาลไม่มีอำนาจสอบสวน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ขอให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๓ ขอให้การรับตามที่รับชั้นสอบสวน ศาลชั้นต้นฟังว่า ตำรวจสันติบาลมีอำนาจสอบสวนได้ และจำเลยทั้ง ๓ มีผิดตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.ม.รัษฎากร (ฉบับที่ ๕) ๒๔๘๙ มาตรา ๒๙ ให้ปรับจำเลยที่ ๓, ๒๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒, ๑๕๐๐ บาท จำเลยที่ ๑, ๑๐๐๐ บาท ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์,จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตำรวจสันติบาลจะมีอำนาจสอบสวนได้หรือไม่ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือข้อบังคับอันเป็นข้อเท็จจริง ที่จะต้องนำสืบตามกระบวนความ คดีนี้ จำเลยได้คัดค้านตลอดมาว่าตำรวจสันติบาลไม่มีอำนาจสอบสวน เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ แต่โจทก์หาได้นำสืบหรืออ้างอิงหลักฐานประการใดไม่ คดีจึงยังฟังไม่ได้ว่าคดีได้มีการสอบสวนโดยชอบ ศาลต้องยกฟ้อง ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่น เมื่อศาลต้องยกฟ้องอันเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี ย่อมมีผลถึงจำเลยที่ ๑ และ ๓ ด้วย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางริบ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827/2492 พนักงานอัยยการ กรมอัยยการ โจทก์ พระราชปัญญา (เสงี่ยม สุขบุตร) ที่ 1, นางอำภา หรือ อำไพ นัยนแพทย์ ที่ 2, นายชุ่ยง่วน แซ่จู ที่ 3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยยการ กรมอัยยการ · 2, - พระราชปัญญา (เสงี่ยม สุขบุตร) ที่ 1, นางอำภา หรือ อำไพ นัยนแพทย์ ที่ · ล. - นายชุ่ยง่วน แซ่จู ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายฉลาด ไชยชาญ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 730/2486ฎีกา 1795/2493ฎีกา 8272/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 5042/2549ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 239/2484ฎีกา 831/2532ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1271/2498ฎีกา 3588/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา