⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 474/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2492

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีความผิดฐานซื้อแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานกระทำการเพื่อหลีกเลี่ยงค่าภาคหลวง ดังนี้ แร่ของกลางมิใช่ทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 27 ก.ม.ลักษณะอาญา จึงริบไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.27 พระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2474 ม.5 พระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2474 ม.20 พระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีการเก็บค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2486 ม.14 พระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีการเก็บค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2486 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่า เดิมโจทก์ที่ ๑ มีชื่อเป็นเจ้าของนาแปลงพิพาทโฉนดที่ ๑๐๓๕ ร่วมกับนางแดง ต่อมานางแดงยกส่วนของนางแดงให้แก่จำเลย ส่วนโจทก์ที่ ๑ ขายส่วนของโจทก์ที่ ๑ ให้แก่โจทก์ที่ ๒ ในขณะนี้ ในโฉนดที่นาแปลงพิพาทจึงมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิร่วมกัน ๒ คน คือ โจทก์ที่ ๒ กับจำเลย โจทก์ฟ้องว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ที่ ๒ ครึ่งหนึ่ง ขอให้บังคับจำเลยแบ่งแยกที่นาให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยให้การว่าส่วนของโจทก์ที่ ๑ มีเนื้อที่เพียง ๓ งานเท่านั้น ส่วนของจำเลยมีเนื้อที่ ๓ ไร่ จำเลยได้ครอบครองส่วนของจำเลยมา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยพิสูจน์ไม่ได้ว่าควรมีกรรมสิทธิในที่พิพาทมากกว่าโจทก์ ต้องฟังว่า โจทก์ที่ ๒ กับจำเลยมีกรรมสิทธิคนละครึ่ง ดังที่ปรากฎในโฉนด พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยอ้างว่านางแดงและจำเลยครอบครองเป็นส่วนสัดมา ซึ่งอยู่ในฐานะที่จะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้เกินกว่าครึ่งก่อนโจทก์ที่ ๑ ขายให้โจทก์ที่ ๒ กรณีต้องบังคับตามมาตรา ๑๓๐๐ ฉะนั้นแม้ความจริงจะเป็นดังจำเลยอ้าง จำเลยก็ไม่มีทางชนะ เพราะจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่าโจทก์โอนขายกันโดยไม่สุจริตแต่ประการใด จำเลยฎีกาว่า จะนำมาตรา ๑๓๐๐ มาใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ หากเป็นเรื่องกรรมสิทธิตามมาตรา ๑๓๕๗ ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์ยกมาตรา ๑๓๐๐ ขึ้นวินิจฉัยคดีนั้น ไม่ถูกต้อง หากข้อวินิจฉัยอยู่ในปัญหาเรื่องเจ้าของรวม หรือกรรมสิทธิรวมตาม ป.ม.แพ่งฯ บรรพ ๔ ลักษณะ ๒ หมวด ๓ และกฎหมายอื่นที่ว่าด้วยการมีชื่อในโฉนดร่วมกัน แต่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้ชี้ข้อเท็จจริงอันจะนำเอากฎหมายเหล่านั้นมาปรับบทได้ จึงพิพากษายก ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2492 นายติ๊บ ไชยกันทา ที่ 1, นางบัวผัด ปราบไพรี ที่ 2 โจทก์ ด.ญ.แก้วมา โดยนายกุย เป็นบิดาและผู้แทนโดยชอบธรรม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายติ๊บ ไชยกันทา ที่ 1, นางบัวผัด ปราบไพรี ที่ 2 · ล. - ด.ญ.แก้วมา โดยนายกุย เป็นบิดาและผู้แทนโดยชอบธรรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายเทียม สุทรีกุล · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติกฤตย์ประภันย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1901/2492ฎีกา 2073/2492ฎีกา 271/2487ฎีกา 279/2494ฎีกา 731/2469ฎีกา 1471/2492ฎีกา 1756/2492ฎีกา 477/2490ฎีกา 418/2491ฎีกา 221/2488ฎีกา 169-170/2488ฎีกา 1031/2492ฎีกา 108/2488ฎีกา 625/2493ฎีกา 644/2493ฎีกา 140/2493ฎีกา 627/2492ฎีกา 1705/2492ฎีกา 877/2492ฎีกา 1144/2493ฎีกา 2084/2497ฎีกา 1447/2494ฎีกา 212/2488ฎีกา 231/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา